Home You are here: Home เกี่ยวกับวัดปทุมธาราม ประวัติเมืองชัยนาท
ธันวาคม
26
2009
ประวัติเมืองชัยนาท

ความหมายของตรา

ธรรมจักร กับภูเขา หมายถึงหลวงพ่อธรรมจักร ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ วิหารบนไหล่เขาธรรมมูล ชาวเมืองเคารพนับถือความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปองค์นี้ว่า จะบันดาลความร่มเย็นเป็นสุขและความอุดม สมบูรณ์ให้แก่ตน ตัวอักษรย่อ "ชน" ดอกไม้ประจำจังหวัด คือ ดอกชัยพฤกษ์ ต้นไม้ประจำจังหวัด คือ ต้นมะตูม


หลวงปู่ศุขลือชา เขื่อนเจ้าพระยาลือชื่อ นามระบือสวนนก ส้มโอดกขาวแตงกวา

ประวัติเมืองชัยนาท


ชัยนาท เป็นจังหวัดที่มีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ติดต่อกันมายาวนาน ในหลายพื้นที่ของจังหวัดชัยนาท มีร่องรอยของแหล่งชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์ และชุมชนเหล่านั้นได้พัฒนาตัวเองกระจายอยู่ตามลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ลุ่มแม่น้ำท่าจีน และลุ่มแม่น้ำน้อย ชุมชนดังกล่าวมีความเป็นปึกแผ่นมั่นคงเจริญขึ้นและเสื่อมลงตามเหตุปัจจัยแวด ล้อมต่างๆ แต่ก็ยังรักษาสืบเนื่องเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นต่อมาจนถึงปัจจุบัน เมืองชัยนาทเป็นเมืองโบราณ ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ตรงทางแยกฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ปากน้ำเมืองสวรรค์ (ปากคลองแพรกศรีราชาใต้ปากลำน้ำเก่า) เมืองนี้ตั้งขึ้นภายหลังเมืองพันธุวดี (สุพรรณบุรี) เป็นเมืองหน้าด่านของกรุงสุโขทัยจากศิลาจารึกสมัยพ่อขุนรามคำแหง มีแต่ชื่อเมืองแพรกส่วนเมืองชัยนาทเพิ่งมาปรากฏในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดี ที่1 เมื่อ พ.ศ.1890 ซึ่งเป็นปีที่พระเจ้าเลอไทยสวรรคต กรุงสุโขทัยเกิดการแย่งชิงราชสมบัติ สมเด็จพระรามาธิบดีที่1 ทรงเห็นเป็นโอกาสเหมาะจึงยกทัพเข้ายึดเมืองชัยนาท หลังจากพระยาลิไทขึ้นครองราชย์ ทางกรุงศรีอยุธยาซึ่งสมเด็จพระรามาธิบดีที่1 ได้สถาปนาให้เป็นราชธานีมีกำลังเข้มแข็งมาก จึงได้โปรดให้ขุนหลวงพะงั่ว ซึ่งครองเมืองสุพรรณบุรี ยกทับมาตีเมืองชัยนาท ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของสุโขทัย เมืองชัยนาทจึงตกเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยา โดยมีขุนหลวงพะงั่วเป็นผู้รักษาเมือง เมื่อกรุงสุโขทัยสงบแล้ว พระยาลิไทได้ส่งทูตมากรุงศรีอยุธยา เพื่อเจรจาขอเมืองชัยนาทคืนให้แก่กรุงสุโขทัย โดยจะยอมให้เป็นอิสระและมีสัมพันธ์ไมตรีต่อกัน กล่าวคือ ต่างฝ่ายก็มีอิสระต่อกัน ในที่สุดกรุงศรีอยุธยาได้คืนเมืองชัยนาทให้แก่กรุงสุโขทัยนักประวัติศาสตร์ สันนิษฐานว่าการที่แคว้นกัมพุช(ลพบุรี) เข้ารวมมือในการรบประกอบกับกรุงศรีอยุธยากำลังสถาปนาได้ไม่นานถ้ามีศึก กระหนาบสองด้านจะสร้างปัญหาให้ไม่น้อย ด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้กรุงศรีอยุธยา คืนเมืองชัยนาทแก่กรุงสุโขทัยโดย

อย่าง ไรก็ตาม ปัญหาเรื่องเมืองชัยนาท ระหว่างกรุงสุโขทัยกับกรุงศรีอยุธยาก็หาได้ยุติไม่ เพราะในปี พ.ศ.1912 สมเด็จพระรามาธิบดีที่1เสด็จสวรรคตทำให้สถานการณ์ระหว่างกรุงศรีอยุธยากับ กรุงสุโขทัยกลับตึงเครียดขึ้นอีก เมื่อขุนหลวงพะงั่วครองราชย์แล้ว ได้เสด็จยกทับมาโจมตีกรุงสุโขทัยใน ปี พ.ศ. 1914 แต่ไม่มีฝ่ายใดเป็นฝ่ายชนะ สงครามยืดเยื้อกันมาเป็นเวลานาน จนขุนหลวงพะงั่วเสด็จสวรรคต นักประวัติศาสตร์เข้าใจว่าเมืองชัยนาทกลับเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยาอีก ครั้ง เพราะจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์

พอ สรุปได้ว่า เมืองชัยนาทแต่เดิมเป็นเมืองลูกหลวงสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระนครินทราธิราช โอรสองค์ที่ 5 ของ ขุนหลวงพะงั่ว พระองค์เข้าพระทัยว่าในการข้างหน้ากรุงสุโขทัยจะต้องไม่มีเชื้อพระวงศ์ สุโขทัยปกครองอีกต่อไป เพื่อที่จะให้ราชโอรสทั้ง 3 ของพระองค์ได้ครอบครองหัวเมืองฝ่ายเหนือ และคุ้นเคยกับการปกครองบ้านเมือง จึงโปรดให้โอรสองค์ใหญ่ซึ่งทรงพระนามว่า เจ้าอ้ายพระยา ไปครองเมืองสุพรรณบุรี เจ้ายี่พระยา โอรสองค์ที่ 3 ไปครองเมืองชัยนาทต่อมาเมื่อสมเด็จพระนครินทราธิราชเสด็จสวรรคต ความทราบถึงเจ้ายี่พระยาก่อน จึงได้เตรียมการที่จะขึ้นครองกรุงศรีอยุธยาสืบแทนต่อจากพระราชบิดา ฝ่ายเจ้าอ้ายพระยาเมื่อสืบทราบว่าพระราชอนุชา ยกกองทัพไปกรุงศรีอยุธยา เพื่อต้องการจะครองราชย์สมบัติ จึงรีบยกกองทัพไปบ้างประสงค์จะขึ้นครองราชย์สมบัติเช่นกัน กองทัพทั้งสองพบกันที่ตำบลปากถ่าน แขวงกรุงศรีอยุธยา จึงเกิดรบพุ่งกัน ในที่สุดก็สิ้นพระชนม์ลงทั้งสองพระองค์พร้อมกันด้วยการทำยุทธหัตถี ฝ่ายเจ้าสามพระยา ซึ่งขณะนั้นครองเมืองชัยนาทอยู่ เมื่อสมเด็จพระเชษฐาสิ้นพระชนม์ทั้งสองพระองค์แล้ว จึงได้ขึ้นเสวยราชย์ครองกรุงศรีอยุธยาสืบแทนพระราชบิดา ทรงพระนามว่าสมเด็จพระบรมราชาธิราช ที่ 2

พ. ศ.1994 พระเจ้าติโลกราช ครองเมืองเชียงใหม่ยกทัพมาตีเมืองกำแพงเพชรได้แล้วส่งกำลังเข้ามากวาดต้อน ผู้คนถึงเมืองชัยนาท เข้าใจว่าเมืองชัยนาทจะถูกทิ้งให้เป็นเมืองร้างในคราวนั้นเอง เวลาได้ล่วงมาได้ประมาณ 100 ปีเศษ ถึงรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิครองกรุงศรีอยุธยาทรงสะสมอาวุธยุทธภัณฑ์ เพื่อเตรียมต่อสู้กับพม่า จึงเสด็จขึ้นไปกระทำพระราชพิธีมัธยมกรรมที่ตำบลชัยนาทบุรี แล้วตั้งเมืองชัยนาทขึ้นใหม่ทางฝั่ง ตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามกับตัวเมืองเดิม พ.ศ.2127 พระเจ้าเชียงใหม่ (มังนรธาช่อ) ได้ยกกองทัพหลวงมาตั้งที่เมืองชัยนาท ครั้นทัพหน้าที่เข้ามาตั้งที่ปากครองบางพุทรา ถูกพระราชมนูตีถอยกลับไปแล้ว พระเจ้าเชียงใหม่ก็ถอยทัพไปตั้งที่กำแพงเพชร

ตาม หลักฐานของกรมศิลปากร จังหวัดชัยนาทเป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งในสมัยกรุงธนบุรีเมื่อปี พ.ศ. 2319 ตรงกับวันเสาร์ เดือน 9 ขึ้น 12 ค่ำ (วันที่28 กรกฎาคม 2319) พระเจ้ากรุงธนบุรี ได้ยก กองทัพขึ้นมาขับไล่ ซึ่งกำลังรบติดพันกับไทยที่นครสวรรค์ เมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จมาถึงเมืองชัยนาทแล้วทัพพม่าได้ข่าวก็ตกใจเกรง กลัวจึงละทิ้งค่ายที่นครสวรรค์แตกหนีไป ทางเมืองอุทัยธานี และเข้าโจมตีข้าศึกจนแตกยับเยินด้วยเหตุนี้ ทางจังหวัดชัยนาทจึงถือว่าวันที่ 28 กรกฎาคม เป็นวัน "สถาปนาจังหวัด" โดยที่เมืองชัยนาทตั้งอยู่ทางตอนเหนือของภาคกลาง ตั้งอยู่ระหว่าง กรุงสุโขทัย กับกรุงศรีอยุธยา ในยามใดที่กรุงสุโขทัยเรืองอำนาจ ก็ยึดเอาเมืองชัยนาทเป็นเมืองหน้าด่านแต่ยามใดที่กรุงสุโขทัยเสื่อมอำนาจ และ กรุงศรีอยุธยาเจริญรุ่งเรืองเมืองชัยนาทก็จะเป็นเมือง สะสมอาวุธยุทธภัณฑ์ของกรุงศรีอยุธยา แม้แต่ในสมัยกรุงธนบุรี เมืองชัยนาทก็ยังเป็นที่ตั้ง ทัพหลวงในการทำศึกกับพม่า ด้วยเหตุนี้เมืองชัยนาทจึงได้รับความกระทบกระเทือนจากสงครามอย่างมากเป็น เวลานับร้อยปี

ใน สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้สร้างศาลากลางจังหวัดขึ้นที่ตำบลบ้านกล้วย ครั้นถึงรัชกาลที่ 5 ได้ทรงตั้งกองทหารราบที่16 ขึ้นที่เมืองชัยนาท ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งศาลากลางจังหวัดปัจจุบัน และเมืองกองทหารราบที่ 16 ได้ย้ายไปที่นครสวรรค์ จึงย้ายศาลากลางไปตั้งในบริเวณที่เป็นกองทหารที่ 16 สำหรับเมืองชัยนาทนี้ จะได้นามมาแต่เมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่นอน ถ้าจะแปลความหมายของ " ชัยนาท " ก็น่าจะได้ความว่า เมืองที่มีชื่อเสียงในทางความมีชัย เป็นที่น่าสันนิษฐานว่า ชื่อเมืองชัยนาทนี้คงจะได้ตั้งขึ้นภายหลังจาก พ.ศ. 1702 แต่คงไม่ถึง พ.ศ. 1946 กล่าวคือ ขุนเสือ ขวัญฟ้าหรือเจ้าคำฟ้า กษัตริย์เมืองเมาเข้าทำสงครามกับอาณาจักรโยนกเจ้าเมืองฟังคำ ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งในอาณาจักรโยนกหลังจากฟังคำแตก เจ้าเมืองฟังคำจึงอพยพผู้คนลงมาที่เมืองแปบ ( กำแพงเพชร ) แล้วสร้างเมืองตรัยตรึงษ์ที่ตำบลแพรก (ตำบลแพรกศรีราชาในปัจจุบัน )

หลัง จากนั้นคงจะได้สร้างเมืองชัยนาทขึ้น และเหตุที่ตั้งชื่อชัยนาท คงเนื่องจากการรบชนะเจ้าของท้องถิ่นเดิม ส่วนที่กล่าวว่านามชัยนาทคงจะได้มาก่อน พ.ศ. 1946 นั้น เนื่องจากสมเด็จพระนครินทราธิราชได้โปรดให้เจ้าสามพระยาไปครองเมืองชัยนาท ตามความในประวัติศาสตร์พอจะ สันนิษฐานกันได้ว่า คำว่าชัยนาทคงจะได้ชื่อมาก่อนปี พ.ศ. 1946 อย่างไรก็ตาม คำว่า "ชัยนาท " ก็เป็นนามที่เป็นสิริมงคลมาแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบันเพราะชัยนาทก็ยังบันลือ ไปด้วยชัยชนะต่อความอดอยากหิวโหย ยังความผาสุกให้แก่ชาวชัยนาทและจังหวัดใกล้เคียงตลอดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน และแม่น้ำน้อย จนถึงปัจจุบัน

สภาพทางภูมิศาสตร์

ที่ ตั้งและอาณาเขต จังหวัดชัยนาทตั้งอยู่บริเวณ ริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นตอนเหนือสุดของภาคกลาง สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 16,854 เมตร ห่างจาก กรุงเทพมหานคร ประมาณ 195 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 2,469.746 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 1,543,591 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อจังหวัดต่างๆดังนี้ คือ

• ทิศเหนือ : จังหวัดนครสวรรค์ และ อุทัยธานี

• ทิศใต้ : จังหวัดสิงห์บุรี

• ทิศตะวันออก : จังหวัดนครสวรรค์ และ สิงห์บุรี

• ทิศตะวันตก : จังหวัดสุพรรณบุรี และ อุทัยธานี

ลักษณะ ภูมิประเทศ และภูมิอากาศ

จังหวัด ชัยนาท มีลักษณะ ภูมิประเทศโดย ทั่วไป เป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำสายหลัก 3 สาย ไหลผ่านพื้นที่ต่างๆ ทั่วทุกอำเภอ คือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำน้อย นอกจากนั้น ยังมีระบบการชลประทานถึง 9 โครงการ มีพื้นที่รับน้ำจากโครงการ จำนวน 707,732 ไร่ หรือประมาณ ร้อยละ 50 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด และเป็นที่ตั้งของ เขื่อนเจ้าพระยา ส่วนพื้นที่ ที่อยู่นอกเขต ชลประทาน สามารถพัฒนาแหล่ง น้ำใต้ดินมาใช้ในรูปประปา บาดาลได้ ลักษณะภูมิอากาศคล้ายกับ จังหวัดใกล้เคียงในภาคกลาง มีฝนตกเฉลี่ย 835.4 มิลลิเมตร และอุณหภูมิเฉลี่ย 28.2 องศาเซลเซียส

ประชากร

ชัยนาท มีประชากร จำนวน 350,593 คน แยกเป็นชาย 171,930 คน เป็นหญิง 178,663 คน เฉลี่ย 142 คน/ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 6 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่

• อำเภอ เมือง

• อำเภอ วัดสิงห์

• อำเภอ หันคา

• อำเภอ สรรคบุรี

• อำเภอ สรรพยา

• อำเภอ มโนรมย์

• กิ่งอำเภอ หนองมะโมง

• กิ่งอำเภอ เนินขาม


ประเพณี

งานมหกรรมหุ่นฟางนก

เป็นการนำฟางข้าวที่ไม่ได้ใช้ทำประโยชน์ มาประดิษฐ์เป็นรูปนก ขนาดใหญ่หลายชนิด
โดยนกแต่ละชนิดนำมาติดตั้งบนรถแต่ละคัน ซึ่งตกแต่งไว้อย่างสวยงามเป็นรูปขบวน หลังจาก
การประกวด หุ่นฟางนกทั้งหมดจะนำมาตั้งแสดงที่ บริเวณ สนามหน้า ศาลากลางจังหวัด กำหนดจัด
งานประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี นอกจากนี้ในบริเวณงานจะมีการออกร้านจำหน่าย สินค้าพื้นเมือง และ ผลิตผลทางการเกษตร

งานส้มโอชัยนาท


 

งาน ส้มโอชัยนาท งานส้มโอชัยนาท ชัยนาทเป็นจังหวัดที่สามารถปลูกส้มโอทุกพันธุ์ได้ผลดี ส้มโอสายพันธุ์ที่มีชื่อเสียง ของจังหวัดชัยนาท คือ ส้มโอ พันธุ์ขาวแตงกวา ซึ่งมีลักษณะพิเศษดังนี้ คือ ผลกลม ผิวเรียบ เปลือกบาง รสหวานกรอบ อมเปรี้ยวนิดๆ ไม่มีรสขม ปัจจุบันจังหวัดเร่งส่งเสริมให้เกษตรกร ชาวสวนปลูกกันเป็นอาชีพ และจัดงานส้มโอเป็นประจำทุกปี ช่วงระหว่างปลายเดือนสิงหาคม หรือต้น เดือนกันยายนที่บริเวณหน้าศาลา กลางจังหวัดชัยนาท มีกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ การประกวดส้มโอ การจัดนิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงาน ทางราชการ การออกร้านจำหน่ายกิ่งพันธุ์และผลส้มโอของเกษตรกรชาวชัยนาท

 

 

ความเห็น (4)Add Comment
0
...
written by bookza, ธันวาคม 13, 2010
เว็บนี้ชอบมากฮะsmilies/cheesy.gifsmilies/kiss.gifsmilies/kiss.gifsmilies/kiss.gifsmilies/kiss.gifsmilies/kiss.gifsmilies/kiss.gifsmilies/kiss.gifsmilies/kiss.gifsmilies/kiss.gifsmilies/kiss.gifsmilies/kiss.gifsmilies/kiss.gifsmilies/kiss.gif
0
...
written by time, มิถุนายน 12, 2011
ชอบข้อมูลนี้มากกกกกกกsmilies/cheesy.gifsmilies/cheesy.gifsmilies/cheesy.gifsmilies/cheesy.gifsmilies/cheesy.gifsmilies/cheesy.gifsmilies/cheesy.gifsmilies/grin.gifsmilies/grin.gifsmilies/grin.gifsmilies/kiss.gifsmilies/kiss.gifsmilies/kiss.gif
0
...
written by natdanai, สิงหาคม 13, 2011
smilies/wink.gifsmilies/smiley.gifsmilies/grin.gifsmilies/angry.gifsmilies/shocked.gifsmilies/tongue.gifsmilies/cry.gifsmilies/kiss.gifsmilies/cool.gif

เขียนแสดงความเห็น

security code
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงด้านบน


busy
 
เรามี 3 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Top

เข้าสู่ระบบ

Languages

     
พื้นที่โฆษณา
ลิขสิทธิ์ © 2008-2010. วัดปทุมธาราม (หนองบัว) ต.หนองบัว อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
แสดงผลได้สมบูรณ์บนความละเอียดหน้าจอ 1024 by 768 pixcels. ขึ้นไป
เว็บไซท์พระสอนศีลธรรมอำเภอเสิงสาง นครราชสีมา โทร 0833745590
#fc3424 #5835a1 #1975f2 #83a92c #8bb832 #1c2def