|
เส้นทางที่ยาวนานของหลวงปู่นะ
หลวง ปู่ท่านได้ปรารภกับศิษยานุศิษย์อยู่เสมอว่าในชีวิตของท่าน เกิดมา ๙๐ ปีผ่านไปแล้ว มีชีวิตอย่างคุ้มค่าได้ทำประโยชน์ให้กับสังคม ประเทศชาติ และศาสนาในแผ่นดินไทยไว้มากพอสมควร เช่นถนนหนทาง ขุดสระ เจาะบ่อน้ำบาดาล สร้างกุฎิ อุโบสถ ศาลา ที่พัก วิหาร โรงเรียน แจกทุนเพื่อการศึกษาเหล่านี้เป็นต้น และ ณ ปัจจุบันนี้ยังกำลังก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ศรีชัยนาท
โดยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร มาเป็นองค์วางศิลาฤกษ์พระมหาธาตุเจดีย์ศรีชัยนาท เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๘
และพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเสด็จเจิมเสาเอกพระมหาธาตุเจดีย์ศรีชัยนาท เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๓๘
พระ มหาธาตุเจดีย์ศรีชัยนาท มีขนาดความกว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร สูง ๔๙ เมตร แบ่งภายในเป็น ๔ ชั้น ชั้นที่ ๑ จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ ของเก่าต่างๆ ชั้นที่ ๒ ประดิษฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์เลิศมงคลและพระเกจิอาจารย์ ชั้นที่ ๓ ประดิษฐานพระพุทธวงษ์ ๒๙ พระองค์ ชั้นที่ ๔ ประดิษฐานพระบรมสาลีริกธาตุ พระบรมธาตุพระปัจเจกพุทธเจ้า พระธาตุพระอรหันต์ต่างๆและจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์พระธาตุเพื่อการศึกษาในภาย หน้าต่อไปด้วย
ด้วย เหตุแห่งแรงบันดาลใจ ในการใฝ่แต่จะสร้างคุณงามความดี สร้างบารมีของหลวงปู่นะ หลวงปู่ท่านจึงนำพาลูกศิษย์สร้างถาวรวัตถุที่ชื่อว่า พระมหาธาตุเจดีย์ศรีชัยนาท ไว้ในบวรพุทธศาสนา เพื่อเป็นที่พึ่งกราบไหว้สักการบูชา เพื่อการศึกษาโดยทั่วไป ณ ที่วัดปทุมธาราม (วัดหนองบัว) ตำบลหนองบัว อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท นี้ ว่าเคยเป็นแหล่งความเจริญทางพุทธศาสนา
ปัจจุบันแม้หลวงปู่ท่านชราภาพมาก วัยกว่า ๙๐ ปี ร่ายกายไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน แต่หลวงปู่ท่านยังรับกิจนิมนต์ต่างๆไม่ได้ขาด ต้อนรับลูกศิษย์จากทั่วสารทิศทุกวัน ปัจจัยที่ได้จากการถวายของญาติโยมที่มากราบสักการะหลวงปู่ หลวงปู่ท่านก็นำไปทำการก่อสร้างวัดจนหมด และขณะนี้งานที่ท่านกำลังก่อสร้างที่วัดมี ๕ อย่าง คือ ก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ศรีชัยนาท สร้างเจดีย์ลูกล้อมเจดีย์ใหญ่อีก ๔ องค์ สร้างศาลาเอนกประสงค์บำเพ็ญกุศลและเมฬุสถานอีกอย่างหนึ่งที่กำลังจะก่อสร้างใหม่ สร้างรั้วรอบวัดในเนื้อที่๔ไร่ ๒งาน ๔๐ ตารางวา หลวงปู่ท่านปรารภว่า วัดนี้แต่ไรมาไม่มีรั้ววัด ปัจจุบันควรจะมีรั้ววัดจึงจะเหมาะ ศิษย์ที่ปรารถนาทำบุญสร้างอะไรก็ทำ ปรารถนาความสุขจากการมีที่อยู่ที่อาศัยก็ควรสร้างศาลา ปรารถนาความปลอดภัยแห่งชีวิตก็ควรสร้างรั้ววัด ปราถนาความมีปัญญาและบารมีก็ควรสร้างมหาธาตุเจดีย์และเมฬุเป็นต้น
การจะสละทรัพย์สร้างอะไรก็ตาม เมื่อเป็นผู้มีศรัทธาแล้วต้องมีปัญญาเข้าประกอบด้วย ดังคำที่ว่าทำบุญน้อยได้น้อย ทำบุญมากได้น้อย ทำบุญน้อยได้มาก ทำบุญมากก็ยิ่งได้มาก เขาทำกันอย่างไร
ผู้ใดได้สร้างความดี ย่อมดีทั้งนั้น แต่จะให้ได้ดีทันตาเห็นนั้น ต้องขึ้นกับบุญวาสนาเก่าของเราด้วยขอให้ทุกคนจำไว้ว่า จงทำแต่ความดี เพื่อหนีความชั่ว หรือละชั่ว ทำแต่ความดี ชีวิตก็จะดียิ่งๆขึ้นไป
เจดีย์และสถูปสถานที่อันควรกราบสักการบูชาสำคัญเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า
เจดีย์และสถูป มีความหมายว่า สิ่งก่อสร้างซึ่งก่อไว้สำหรับเป็นที่เคารพนับถือ เช่นบุคคล สถานที่หรือวัตถุที่ควรเคารพบูชา เพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจให้เกิดศรัทธาและกุศลธรรมอื่นๆ เจดีย์และสถูป ที่สำคัญมี ๔ อย่างคือ
๑. ธาตุเจดีย์ สถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
๒. บริโภคเจดีย์ คือ สิ่งของหรือสถานที่ ที่พระพุทธเจ้าทรงใช้สอย
๓. ธรรมเจดีย์ บรรจุพระธรรม คือ พุทธพจน์
๔. อุทเทสิกเจดีย์ คือ พระพุทธรูป
๑. จุฬามณีเจดีย์ ตั้ง อยู่ ณ สวรรค์ชั้น ๒ คือ ดาวึงส์เทวโลก เป็นที่บรรจุพระจุฬาโมลี(ม้วยผม)ของพระสิทธัตถเมื่อคร้งเสด็จออกบรรพชา และพระทาฐธาตุ คือ พระเขี้ยวแก้วเบื้องบนขวา นอกจากนั้นพระรากขวัญ (กระดูกไหปราร้า) เบื้องขวาประดิษฐานอยู่ในจุฬามณีเจดียสถานเช่นกัน
๒. โคตรมกเจดีย์ อยู่ทางทิศใต้ของนครเวสาลี นครหลวงของแคว้นวัชชี เป็นสถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าเคยประทับหลายครั้งและเคยทรงทำนิมิตต์โอภาสแก่พระอานนท์
๓. ทุสสเจดีย์ เจดียสถาน ณ พรหมโลก ซึ่งฆฏิการพรหม นำพระภูษาเครื่องทรงในฆราวาสที่พระโพธิสัตว์ สละออกเปลี่ยนมาทรงจีวรเมื่อออกบรรพชา นำไปประดิษฐานอยู่ในทุสสเจดีย์ ครั้นพระพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพานแล้ว พระรากขวัญเบื้องซ้ายกับพระอุณหิส ถูกนำไปประดิษฐานอยู่ในทุสสเจดีย์เช่นกัน
๔. ปาวาสเจดีย์ เจดียสถานอยู่ที่เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี พระพุทธเจ้าทรงทำนิมิตต์โอภาสแก่พระอานนท์ จากนั้นพระพุทธเจ้าทรงปลงพระชนมายุสังขาร ณ ปาวาลเจดีย์ ในวันเพ็ญเดือน ๓ ก่อนปรินิพพาน ๓ เดือน
๕. ปาสาณเจดีย์ เจดียสถาน ในแคว้นมคธ ซึ่งมาณพ ๑๖ คน ผู้เป็นศิษย์ของพราหมณ์พาวรี ผู้เป็นอาจารย์ใหญ่ตั้งอาศรมสอนไตรเพทแก่ศิษย์ ๑๖ คน ไปถามปัญหาพระบรมศาสดา เพื่อจะทดสอบว่าพระองค์เป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าจริงหรือไม่
๖. พหุปุตตเจดีย์ เจดียสถานอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเวสารีนครหลวงของแคว้นวัชชี เป็นสถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงทำนิมิตต์โอภาสแก่พระอานนท์
๗. เจดีย์พุทธคยา เจดียสถานอยู่ใกล้แม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม พระพุทธองค์ได้ประทับใต้ต้นโพธิ์ และได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณที่นี่
๘. มกุฏพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ อยู่ทางทิศตะวันออกของนครกุสินารา แคว้นมัลละ
๙. รัตนจงกรมเจดีย์ เจดีย์ ที่จงกรมแก้ว อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้อนพระศรีมหาโพธิ์ ณ ที่นี้พระพุทธเจ้าทรงประทับพิจารณาพระอภิธรรมปิฎกเป็นเวลา ๗ วัน
๑๐. รัตนจงกรมเจดีย์ เจดีย์ที่จงกรมแก้ว อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้นศรีมหาโพธิ์
๑๑. สัตตัมพเจดีย์ เจดียสถานที่นครเวสาลี นครหลวงของแคว้นวัชชี ณ ที่นี้พระพุทธเจ้าทรงทำนิมิตต์โอภาสแก่พระอานนท์
๑๒. สารันทเจดีย์ เจดียสถานที่นครเวสาลี นครหลวงของแคว้นวัชชี ณ ที่นี้พระพุทธเจ้าทรงทำนิมิตต์โอภาสแก่พระอานนท์
๑๓. อนิมิสเจดีย์ สถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จยืนจ้องดูต้นพระศรีมหาโพธิ์โดยมิได้กระพริบพระเนตรตลอด ๗ วัน
๑๔. อัคคาฬวเจดีย์ อยู่ใกล้อาฬวีนคร ระหว่าง ทางจากเมืองเวสารี แคว้นวัชชีไปสู่เมืองปาวา แคว้นมัลละ ณ ที่นี้พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ รูป ทรงประทับแสดงธรรมโปรดพุทธบริษัทชาวเมืองโภคนคร
ในส่วนของพระสถูปที่มีความเกี่ยวพันถึงบริโภคเจดีย์ได้ประมวลนำมาไว้ ณ ที่นี้ ๔ พระสถูปด้วยกันดังนี้
๑. เจาคันธีสถูป สถูปแห่งนี้พระเจ้าอโศกมหาราชทรงส้รางเป็นที่ระลึกที่พระพุทธเจ้าทรงพบปัญจวัคคีย์เป็นครั้งแรก
๒. ธัมเมกขสถูป อยู่ใกล้คียงกับเจาคันธีสถูป เป็นสถานที่ระลึกถึงในกาลที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์
๓. ตุมพสถูป อยู่ที่เมืองกุสินารา แคว้นมัลละพระสถูปแห่งนี้บรรจุทะนานทองที่ใช้ตวงแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ
๔. อังคารสถูป อยู่ที่เมืองปิปผลิวัน เป็นที่ประดิษฐานพระอังคาร (เถ้าถ่าน) ของพระพุทธเจ้า
สำหรับพระบริขารของพระพุทธเจ้าทั้งหลายนั้น ได้อัญเชิญไปบรรจุไว้ใน สถูป ๑๑ แห่ง ตามนครต่างๆดังนี้
๑. พระกายพันธ์ (ประคตเอว,สายรัดเอว) สถิตอยู่ที่เมืองปาฏาลีบุตร
๒. พระอุทุมสาฏก (ผ้าคลุมอาบน้ำ) สถิตอยู่ที่เมืองปัญจาลราฐ
๓. พระจัมมขันธ์ (เครื่องหนังต่างๆ) สถิตอยู่ที่เมืองโกสลาราฐ
๔. ไม้สีฟัน สถิตอยู่ที่เมืองมิถิลา
๕. พระธมกรก (กระบอกกรองน้ำ) สถิตอยู่ที่เมืองวิเทหราฐ
๖. มีด กับ กล่องเข็ม สถิตอยู่ที่เมืองอินทปัตถ์
๗. ฉลองพระบาทและถลกบาตร สถิตอยู่ที่เมืองอุสิรพราหมณคาม
๘. เครื่องลาด (เครื่องปูนั่งนอน) สถิตอยู่ที่เมืองมกุฏนคร
๙. ไตรจีวร (ผ้าสามผืนที่พระวินัยอนุญาตให้พระภิกษุมีไว้ใช้ประจำตัวคือ ผ้าทาบ(สังฆาฏิ) ผ้าห่ม(จีวร) ผ้านุ่ง(สบง)
๑๐. บาตร เดิมสถิตอยู่ที่เมืองปาฏลีบุตรภายหลังไปอยู่ที่เมืองลังกาทวีป
๑๑. นิสีทนะสันถัต (ผ้าปู่นั้ง,ผ้ารองนั้ง) สถิตอยู่ที่เมืองกุรุราฐ
อานิสงส์การสร้างเจดีย์(โดยย่อ)
การสร้างเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ หรืออัฐิธาตุของบุคคลที่ควรบูชา ได้แก่ พระพุทธเจ้า พะปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ และพระเจ้าจักรพรรดิ เป็น การสร้างมงคลให้กับตนเองอย่างสูงสุด เมื่อตายไปย่อมไปสู่สุคติโลกสวรรค์ ย่อมได้ดวงตาเห็นธรรม และบรรลุมรรคผลนิพพานโดยง่าย การมีส่วนร่วมสร้างพระเจดีย์จะมากหรือน้อย ถ้าทำด้วยความเลื่อมใส ก็ย่อมได้รับอนิสงส์มากมาย ดังตัวอย่างที่หยิบยกมาให้ท่านได้อ่านต่อไปนี้
พระเถระรูปนี้ในชาติก่อนมีส่วนร่วมสร้างเจดีย์ เพียงท่านใส่ก้อนปูนขาวลงในช่องแผ่นอิฐ ซึ่ง ประชาชนกำลังก่อสร้างเจดีย์อยู่ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ด้วยจิตเลื่อมใส อำนาจแห่งบุญนั้นได้บันดาลให้ท่านไปเกิดในสวรรค์และโลกมนุษย์ถึง๙๔กัปป์ พอมาถึงสมัยพระพุทธเจ้าสมณโคดม ท่านได้มาบวชในพระพุทธศาสนาท่านคือ พระสุธาบิณฑิยเถระ
และ ยังมีเรื่องเล่าจาก พระมหาโมคคัลลานะเถระ ว่าท่านได้พบเทพบุตรตนหนึ่ง มีวิมานสวยงามวิจิตรตระการตาแวดล้อมด้วยนางฟ้าจำนวนมาก มาฟ้อนรำขับร้องให้เบิกบานใจและเทพบุตรทั้งปวง ท่านจึงถามเทพบุตรตนนั้นว่า เมื่อท่านเป็นมนุษย์ท่านได้ทำบุญอะไรไว้หรือ ท่านถึงมีอนุภาพมาก มัรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้เทพบุตรตนนั้นตอบว่า แต่ก่อนเมื่อเป็นมนุษย์ได้มีศรัทธาในพระศาสนา ได้ออกบวชอยู่ ๗ พรรษา และเป็นสาวกของพระศาสดานามว่าสุเมธ ซึ่งต่อมาได้ดับขันธปรินิพพานแล้ว พระบรมสารีริกธาตุของท่านบรรจุไว้ในรัตนเจดีซึ่งห่อหุ้มด้วยข่ายทองคำ ท่าน ได้ชักชวนประชาชนให้ไปสักการบูชาด้วยความเลื่อมใส กุศลจึงส่งผลให้ขึ้นสวรรค์ ด้วยผลบุญนี้เองทำให้ข้าพเจ้าได้มาเสวยสุขอยู่ในวิมานนี้เอง
ส่วน พระมหากัสสปะเถระนั้น ท่านได้พบเปรตตนหนึ่งมีกลิ่นเน่าเหม็น มีหมู่หนอนกินปาก นอกจากนี้ยังถูกยมบาลเฉือนปาก แล้วราดน้ำให้แสบร้อน จึงถามถึงผลกรรมของเปรตตนนั้น ทราบว่าแต่ก่อนตอนเป็นมนุษย์ตนเป็นชาวนครราชคฤห์ได้ห้ามมิให้บุตร ภรรยา บูชาพระสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมกับเล่าถึงพวกที่มีความคิดและการกระทำเหมือนตน ส่วนภรรยาและบุตรของตนได้ไปเสวยสุขอยู่บนสวรรค์ มีวิมานสวยสดงดงาม เพราะอนิสงส์ที่ได้ไปไหว้พระบรมสารีริกธาตุ สำหรับตนนั้นตั้งใจไว้ว่า หากได้เกิดเป็นมนุษย์อีกครั้งจะทำการบูชาพระสถูปเจดีย์ให้มากอย่างแน่นอน
นอก จากนี้ในครั้งพุทธกาล พระเจ้าปัสเสนทิโกศล ได้เสด็จไยยังเมืองสาวัตถีพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชบริพารเป็นอัน มาก ครั้นถึงหาดทรายริมฝั่งแม่น้ำพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นทรายขาวผ่องบริสุทธิ์ ยิ่งนักทรงมีพระทัยเลื่อมใสอย่างแรงกล้า ได้รับสั่งให้ช่วยกันก่อกองทรายให้เป็นรูปเจดีย์ถึง ๘๔,๐๐๐ องค์ มองดูเป็นทิวแถวสวยงาม เพื่อเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา เสร็จแล้วได้เสด็จไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่บุปผารามมหาวิหาร แล้วได้ทูลถามถึงอนิสงฆ์แห่งการก่อเจดีย์ทราย พระพุทธเจ้าตรัสว่า ขอถวายพระมหาบพิตร ผู้ศรัทธาแรงกล้าได้ก่อเจดีย์ทราย ถึง ๘๔,๐๐๐ องค์ หรือแม้แต่องค์เดียวก็ย่อมได้อนิสงส์มาก จะไม่ตกนรกตลอดร้อยชาติ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ จะอุดมสมบรูณ์ทุกอย่าง มีชื่อเสียงเกียรติยศไปทั่วทุกทิศ จากนั้นจะได้ไปสวรรค์เสวยทิพย์สมบัติ การก่อเจดีย์ทรายเป็นเรื่องของผู้มีความฉลาด มีความคิดดี ได้ทำเป็นประเพณีมาแล้วในอดีต แม้พระตถาคตเองก็เคยกระทำมาแล้วในครั้นเป็นพระโพธิสัตว์ ในครั้งนั้นตถาคตยากจนมากอาชีพตัดฟืนขายวันหนึ่งได้พบทรายขาวสะอาดมากในราว ป่า ก็มีจิตศรัทธาผ่องใสวันนั้นได้หยุดตัดฟืนทั้งวัน ได้กวาดทรายก่อเป็นเจดีย์โดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก แล้ว เปลื้องผ้าห่มของตน ฉีกทำเป็นธงประดับไว้ เพื่อบูชาพระติสสะสัมมาสัมพุทธเจ้าและอธิฐานจิตขอให้เป็นปัจจัยแห่งพระ โพธิญาณในอนาคตกาล ครั้นเมื่อตายไปแล้วได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อยู่๒ พันปีทิพย์ เมื่อสิ้นอายุขัย ได้อุบัติมาเกิดเป็นพระตถาคตนี้เอง สำหรับพระเจ้าปัสเสนทิโกศลนั้นก็ได้รับพยากรณ์ว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าในภาย ภาคหน้า
และ พระมหากัสสปเถระ ยังได้กล่าวถึงประวัติและผลบุญแห่งกรสร้างพุทธเจดีย์ของท่านไว้ดังนี้ ในครั้งที่พระพุทธเจ้ามีนามว่าปทุมมุตตระ พระองค์ได้ปริพนิพพานแล้วพระมหากัสสปะเถระไดชักชวนหมู่ญาติมิตรและประชาชน ให้มาร่วมกันสร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุเพื่อบูชาพระพุทธเจ้ากันเถิด ทุกคนมีจิตรเลื่อมใส ปิติ อิ่มเอมใจ จึงได้ช่วยกันสร้างเจดีย์สูงค่าเสร็จลงด้วยความเรียบร้อย เจดีย์สูงร้อยศอก สร้างปราสาท ห้าร้อยศอก สูงตระหง่านจรดท้องฟ้า ทุกคนมีจิตปิติเบิกบานในอานิสงส์ผลบุญที่ได้พากันทำไว้ เมือท่านตายไปแล้วได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ อยู่บนยานทิพย์เทียมด้วยม้าสินธพพันตัว วิมานของท่านสูงตระหง่าน เจ็ดชั้น มีปาสารทหนึ่งพันองค์ซึ่งสร้างด้วยทองคำ ศาลาหน้ามุขสร้างด้วยแก้วมณี ส่องแสงสว่างเจิดจ้าไปทั่วสารทิศ ทั้งยังมีอำนาจเหนือเทวดาทั้งปวง เมื่อลงมาเกิดในโลกมนุษย์ ในกัปที่หกหมื่นในภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ครอบครองอาณาเขตถึง ๔ ทวีป มีแก้วแหวนเงินทองมากมาย ประชาชนมีความสุขสำราญเหมือนดั่งเมืองบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งท่านเป็นอย่างนี้ถึง ๓๓ ครั้ง ทั้งหมดเกิดจากผลบุญที่ท่านได้ทำไว้จากการสร้างเจดีย์ และชาติสุดท้ายได้มาเกิดในสกุลพราหมณ์ที่ร่ำรวยแต่สละทรัพย์ออกบวชจนสำเร็จ เป็น พระอรหันต์ ผู้เลิศด้วยปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖
ใน เมื่อได้ทราบทั้งเหตุและผล หรืออนิสงส์แห่งการสร้างพระมหาธาตุเจดีย์แล้ว หลวงปู่ก็ได้นำพาเหล่าพุทธบริษัท ทั้งหลายทั่วไป ที่มีปัญญา มีศรัทธามาร่วมกันสร้างมหาธาตุเจดีย์ศรีชัยนาท กันเสียแต่บัดนี้ เป็นการเพิ่มพูนบุญกุศลครั้งใหญ่เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา อาจาริยบูชา และเพื่อน้อมรำลึกถึงคุณงามความดี เป็นมหาธาตุเจดีย์ที่มีดอกบัวเหลืองอร่ามเป็นศักดิ์ศรีของชาวไทยสืบต่อไป
 |