Home You are here: Home บทความน่าสนใจ พระพุทธเจ้า
ธันวาคม
27
2009
พระพุทธเจ้า

สรุปพระพุทธเจ้า

พระโพธิสัตว์อดีตชาติของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันทรงพบ และได้สร้างบารมี

สรุปจากหนังสือ สัมภาระบารมี ของท่าน นาคะประทีป และ ศาสตร์ว่าด้วยการเป็นพุทธเจ้าของ พระเทพมุนี

 

อสงไขย พระพุทธเจ้าอุบัติ ( ชื่อพระโพธิสัตว์ ในอดีตของพุทธเจ้าปัจจุบัน )

 

*** บารมีตอนต้น ตั้งความปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าไว้ในใจ ๗ อสงไขย

องค์หญิงสุมิตตาเทวี ( หรือพระนางวิสุทธาเทวี ในหนังสือ พระพุทธเจ้าเคยเกิดเป็นผู้หญิงของ อ.บารมี ) ชาติก่อนเริ่มต้นสร้างบารมีอย่างแท้จริง ๑๐๐,๐๐๐ มหากัป

เริ่มต้น พระปุราณทีปังกรพุทธเจ้า  ( องค์หญิงสุมิตตาเทวี ) (หรือพระนางวิสุทธาเทวี )

เริ่ม  พระพรหมเทวพุทธเจ้า  ( พระราชาอรตีเทวราช )

นันทะอสงไขย ๑                พระพุทธเจ้า         ๕,๐๐๐ พระองค์

สุนันทะอสงไขย ๒           พระพุทธเจ้า         ๙,๐๐๐ พระองค์

ปัฐวีอสงไขย ๓                   พระพุทธเจ้า         ๑๐,๐๐๐ พระองค์

มัณทะอสงไขย ๔               พระพุทธเจ้า         ๑๑,๐๐๐ พระองค์

ธรณีอสงไขย ๕                   พระพุทธเจ้า         ๒๐,๐๐๐ พระองค์

สาคระอสงไขย ๖                พระพุทธเจ้า         ๓๐,๐๐๐ พระองค์

ปุรทริกะอสงไขย ๗            พระพุทธเจ้า         ๔๐,๐๐๐ พระองค์

รวมได้พบกับพระพุทธเจ้าใน ๗ อสงไขย ๑๒๕,๐๐๐ พระองค์

 

***บารมีตอนกลาง กล่าววาจาปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า  ๙  อสงไขย

เริ่มต้น  พระปุราณศรีศากยมุนีชินสีห์พุทธเจ้า  ( พระเจ้าสาครจักรพรรดิ์ )

สัพพถัททะอสงไขย ๘      พระพุทธเจ้า         ๕๐,๐๐๐ พระองค์

สัพพผุลละอสงไขย ๙        พระพุทธเจ้า         ๖๐,๐๐๐ พระองค์

สัพพรตนะอสงไขย ๑๐     พระพุทธเจ้า         ๗๐,๐๐๐ พระองค์

อสุภขันธะอสงไขย ๑๑     พระพุทธเจ้า         ๘๐,๐๐๐ พระองค์

มานีภัททะอสงไขย ๑๒    พระพุทธเจ้า         ๙๐,๐๐๐ พระองค์

ปทุมะอสงไขย ๑๓             พระพุทธเจ้า         ๒๐,๐๐๐ พระองค์

อุสภะอสงไขย ๑๔             พระพุทธเจ้า         ๑๐,๐๐๐ พระองค์

ขันธคมะอสงไขย ๑๕        พระพุทธเจ้า         ๕,๐๐๐ พระองค์

สัพพผาละอสงไขย ๑๖      พระพุทธเจ้า         ๒,๐๐๐ พระองค์

รวมได้พบพระพุทธเจ้าใน  ๙  อสงไขย  ๓๘๗,๐๐๐  พระองค์

 

**บารมีตอนปลาย ได้รับพุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้า  ๔  อสงไขย  ๑๐๐,๐๐๐ มหากัป

กัปแรก                                   พระตัณหังกรพุทธเจ้า  ยังไม่ได้รับพุทธพยากรณ์

สารมัณฑกัป                         พระเมธังกรพุทธเจ้า ยังไม่ได้รับพุทธพยากรณ์

พระพุทธเจ้า ๔ องค์          พระสรนังกรพุทธเจ้า ยังไม่ได้รับพุทธพยากรณ์

**ได้รับพยากรณ์พระทีปังกรพุทธเจ้า ( สุเมธดาบส ) พุทธพยากรณ์เป็นครั้งแรก อายุขัยสมัยนั้นประมาณ  ๑๐๐,๐๐๐ ปี ศาสนาอยู่ในโลกได้นานปี

รวมเวลาจาก พระนางสุมิตตาถึงสุเมธดาบส  ๑๖ อสงไขย ๑ แสนกัป

 

เสละอสงไขย  เป็นสูญกัปไม่มีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น ๑ อสงไขย

สารกัปมี ๑ องค์                  พระโกณฑัญญะพุทธเจ้า ( วิชิตาวีจักรพรรดิ ออกบวชมีอภิญญา) อายุขัย ๑๐๐,๐๐๐ พรรษา

ภาสะอสงไขย                      ไม่มีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น ๑ อสงไขย

ครบ ๒ อสงไขย                  พระสุมังคละพุทธเจ้า ( เป็นสุรุจิพราหมณ์โพธิสัตว์บวชมีอภิญญา) อายุขัย ๙๐,๐๐๐ พรรษา

สารมัณฑกัป                         พระสุมนะพทุธเจ้า ( เป็นพญานาคอดุลยวาสุกรีโพธิสัตว์ ) อายุขัย  ๙๐,๐๐๐ พรรษา

พุทธเจ้า ๔ องค์                   พระเรวตะพุทธเจ้า ( เป็นพราหมณ์ อติเทวมาณพโพธิสัตว์ ) อายุขัย ๖๐,๐๐๐ พรรษา ( อาจเป็นปัญญาพุทธเจ้า )

พระโสภิตะพุทธเจ้า ( เป็นพราหมณ์ อชิตมาณพโพธิสัตว์ ) อายุขัย ๙๐,๐๐๐  พรรษา

ชยอสงไขย                           ไม่มีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น ๑ อสงไขย

วรกัป                                     พระอโนมทัสสีพุทธเจ้า ( เป็นพญายักขเสนาบดีโพธิสัตว์ ) อายุขัย ๑๐๐,๐๐๐ พรรษา

พุทธเจ้า ๓ องค์                   พระปทุมะพุทธเจ้า ( เป็นพญาไกรสรราชสี )

อายุขัย ๑๐๐,๐๐๐ พรรษา

พระนารทะพุทธเจ้า ( เป็นมหาฤาษีโพธิสัตว์ )

อายุขัย ๙๐,๐๐๐ พรรษา

รุจิรอสงไขย                          ไม่มีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น ๑ อสงไขย

 

*** บารมีช่วย  เศษแสนมหากัปที่เหลือ ***

มัณฑกัป ( แต่มีพระพุทธเจ้า ๑ องค์ ) พระปทุมมุตระพุทธเจ้า ( เป็นนายบ้านชื่อ ชฏิลบวชเป็นดาบส ) พระอสิติสมัยพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ได้รับพยากรณ์จาก พระปทุมมุตระมากที่สุด อายุขัย ๑๐๐,๐๐๐ พรรษา

๓๐,๐๐๐ มหากัป                 เป็นสูญกัป ไม่มีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น

มัณฑกกัป                             พระสุเมธพุทธเจ้า ( เป็นอุตรมานพ ได้ออกบวชเป็นภิกษุ ) อายุขัย ๙๐,๐๐๐ พรรษา

พุทธเจ้า ๒ องค์                   พระสุชาตุพุทธเจ้า ( เป็น บรมจักรพรรดิ ได้ออกบวช ) อายุขัย ๙๐,๐๐๐ พรรษา

๖๐,๐๐๐  มหากัป                เป็นสูญกัป ไม่มีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น

วรกัป                                      พระปิยทัสสีพุทธเจ้า ( เป็นกัสสปะมานพ )

อายุขัย ๙๐,๐๐๐  พรรษา

พุทธเจ้า ๓ องค์   พระอัตถทัสสีพุทธเจ้า ( เป็นสุสิมะดาบส )

อายุขัย ๑๐๐,๐๐๐ พรรษา

พระธรรมทัสสีพุทธเจ้า ( เป็นพระอินทร์ )

อายุขัย ๑๐๐,๐๐๐ พรรษา

๙๙๐๔ มหากัป    เป็นสูญกัป

สารกัปมี ๑ องค์ พระสิทธัถะพุทธเจ้า ( เป็นมังคะฤาษี )

อายุขัย ๑๐๐,๐๐๐ พรรษา

๒ มหากัป                             เป็นสูญกัป

มัณฑกัป                                พระดิสสะพุทธเจ้า ( เป็นพระเจ้าสุชาตะมหาราชดาบส ) อายุขัย ๑๐๐,๐๐๐ พรรษา

พุทธเจ้า ๒ องค์                   พระมหาปุสสะพุทธเจ้า ( เป็นพระเจ้าวิชิตกษัตริย์ได้ออกบวช ) อายุขัย ๙๐,๐๐๐ พรรษา

สารกัปมี ๑ องค์                 พระวิปัสสีพุทธเจ้า ( เป็นภุชงคนคราช ) อายุขัย ๘๐,๐๐๐ พรรษา

๖๐ มหากัป                           เป็นสูญกัป

มัณฑกัป                                พระสิขีพุทธเจ้า ( เป็นพระเจ้าอรินทมะราชาธิราช )

อายุขัย ๗๐  พรรษา

พุทธเจ้า ๒ องค์                   พระเวสสภูพุทธเจ้า ( เป็นพระเจ้าสุทัสสนะมมหาราชได้ออกบวช อายุขัย ๖๐,๐๐๐ พรรษา ( เป็นศรัทธาพุทธเจ้า )

๓๑ มหากัป                          เป็นสูญกัป

ภัทรกัป ( ปัจจุบัน )            พระกกุสันธะพุทธเจ้า ( เป็นพระเจ้าเขมะนราธิราชได้ออกบวช ) อายุขัยมนุษย์นั้น  ๔๐,๐๐๐ ปี ( เป็นศรัทธาพุทธเจ้า )

พุทธเจ้า ๕ องค์                   พระโกนาคมมะพุทธเจ้า ( เป็นพระเจ้าบรรพตบรมขัตติยาภิกษุอายุขัยมนุษย์สมัยนั้น  ๓๐,๐๐๐ ปี ( เป็นศรัทธาพุทธเจ้า )

พระกัสสปะพุทธเจ้า ( เป็นโซติปาลมาณพ ได้ออกบรรพชา )

อายุขัยมนุษย์สมัยนั้น ๒๐,๐๐๐ ปี ( เป็นศรัทธาพุทธเจ้า )

พระศรีศากยมุนีโคดมพุทธเจ้า ( เป็นพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน )

อายุขัยมนุษย์ ๑๐๐ ปี  ศาสนาตั้งอยู่ในโลก ๕,๐๐๐ ปี

พระศรีอริยเมตไตรพุทธเจ้า (เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตในกัปนี้)

อายุขัยมนุษย์สมันนั้น ๘๐,๐๐๐ ปี ( เป็นวิริยะพุทธเจ้า )

ถ้ากล่าวถึงบารมีตอนปลาย ๔ อสงไขยกับเศษแสนมหากัปนั้น พระโพธิสัตว์พบพระพุทธเจ้าเพียง ๒๗ พระองค์เท่านั้น น้อยกว่าบารมีตอนต้น และตอนกลางมาก ที่พระโพธิสัตว์พบพุทธเจ้า ถึงห้าแสนหนึ่งหมื่นสองพันพระองค์ ( ๕๑๒,๐๐๐ ) สามารถแยกบารมีตอนปลายได้ ๒ ช่วงที่ได้พบพระพุทธเจ้า

๑.     ในระยะเวลา ๔ อสงไขย ได้ทรงพบพระพุทธเจ้า ๑๒ พระองค์

๒.    ในระยะเวลาหนึ่งแสนมหากัปนั้น ได้ทรงพบพระพุทธเจ้า ๑๕ พระองค์

 

หมายเหตุ หลังสิ้นสมัยของพระศรีอริยะเมตตรัยพุทธเจ้าไปแล้ว อาจจะว่างจากพระพุทธเจ้าอีกนาน เพราะเมื่อได้มีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นติดต่อกัน หลังจากนั้นไปอีก ก็จะว่างจากการบังเกิดพระพุทธเจ้า ไปอีกนานแสนนานอ้างอิงได้จากช่วง ๔ อสงไขยกัป เศษแสนมหากับที่ผ่านมา เมื่อมีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นในกัปใดติดต่อกัน ๓ หรือ ๔ พระองค์ หลังจากนั้นจะเป็นสูญกัปไปอีกนานแสนนาน ซึ่งในกัปนี้มีพระพุทธเจ้าถึง ๕ พระองค์ และในช่วง ๑๐๐ มหากัปที่ผ่านมา ถึงกัปปัจจุบัน มีพระพุทธเจ้า ถึง ๑๑ พระองค์ ร่วมทั้งพระศรีอริยะเมตตรัยพุทธเจ้า ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นช่วงที่มีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นมากที่สุด ของระยะเวลา ๔ อสงไขยกับเศษแสนมหากัปที่ผ่านมา และจากการวิเคราะห์ หลังจากสิ้นสมัยพระศรีศากยมุนีโคดมพุทธเจ้า ( ปัจจุบัน ) ไปแล้ว ซึ่งเป็นประเภทปัญญาพุทธเจ้า แล้วจะบังเกิดปัญญา พุทธะอีกสักพระองค์ในอนาคตเบื้องหน้า ต้องรอเวลาอย่างน้อยที่สุด หนึ่งอสงไขยกัป และต้องเป็นพระโพธิสัตว์ประเภทปัญญา ที่ได้รับพุทธพยากรณ์ครั้งแรก ในสมัยพระโกณฑัญญพุทธเจ้าเท่านั้น ดังนั้นหลังจากปัจจุบันนี้จนถึงหนึ่งอสงไขยกัปเบื้องหน้า ก็จะมีแต่พระพุทธเจ้าประเภทศรัทธา และวิริยะพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นเท่านั้น ในอสงไขยนี้ เพิ่งเริ่มต้นแสนมหากัป ก็บังเกิดมีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้น ๑๖ พระองค์แล้ว ดังนั้นในอสงขัยนี้ อาจจะมีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น เป็นร้อยเป็นพันพระองค์ ก็คงเป็นไปได้ เพราะช่วง ๔ อสงไขยที่ผ่านมา มีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นน้อยเพียง ๑๒ พระองค์เท่านั้น ซึ่งจะเห็นว่าเมื่อเทียบระยะเวลาแล้ว หนึ่งอสงไขย เท่ากับจำนวนกัป ที่มากมายจนนับไม่ได้ แต่บังเกิดมีพระพุทธเจ้าเพียงหนึ่ง หรือเป็นหมื่นพระองค์เท่านั้น ดังนั้นการที่จะบังเกิดมีพระพุทธเจ้าสักพระองค์นั้น เป็นสิ่งที่ยากเป็นหนักหนา แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีพุทธเจ้าอีกเลย เพราะในเมื่อธรรมชาตินั้นมีวัฏกะสงสารอันเป็นทุกข์  ก็ย่อมมีผู้ที่เพียรที่จะหลุดพ้น จากทุกข์นั้นจนได้ก็คือ พระอริยะเจ้าทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน

 

พระพุทธเจ้า ๒๕ พระองค์มีความแตกต่างกัน ๘ ประการ

๑.  พระชนมายุ        ๒. ตระกูล               ๓.  ขนาดพระวรกาย            ๔.  การบำเพ็ญเพียร

๕. ยานพาหนะ ที่ประทับเสด็จออกผนวช     ๖.  บัลลังก์ที่ประทับตรัสรู้     ๗. พระรัศมี    ๘.  ต้นไม้ที่ประทับตรัสรู้

 

๑. พระชนมายุ

พระชนมายุ ๑ แสนปี

มี ๙ พระองค์

พระทีปังกรพุทธเจ้า, พระโกณฑัญญะพุทธเจ้า, พระอโนมทัสสีพุทธเจ้า,

พระปทุมะพุทธเจ้า, พระปทุมุตตรพุทธเจ้า, พระอัตถทัสสีพุทธเจ้า,

พระธัมมทัสสีพุทธเจ้า, พระสิทธัตถะพุทธเจ้า, พระติสสะพุทธเจ้า

พระชนมายุ ๙ หมื่นปี

มี ๘ พระองค์

พระมังคละพุทธเจ้า, พระสุมนะพุทธเจ้า, พระโสภิติตะพุทธเจ้า, พระนารทะพุทธเจ้า,            พระสุเมธะพุทธเจ้า,  พระสุชาตะพุทธเจ้า, พระปิยทัสสีพุทธเจ้า, พระปุสสะพุทธเจ้า

พระชนมายุ ๘ หมื่นปี

พระวิปัสสีพุทธเจ้า

พระชนมายุ ๗ หมื่นปี

พระสิขีพุทธเจ้า

พระชนมายุ ๖ หมื่นปี

มี ๒ พระองค์

พระเรวตะพุทธเจ้า, พระเวสสภูพุทธเจ้า

พระชนมายุ ๔ หมื่นปี

พระกกุสันธะพุทธเจ้า

พระชนมายุ ๓ หมื่นปี

พระโกนาคมนะพุทธเจ้า

พระชนมายุ ๒ หมื่นปี

พระกัสสปะพุทธเจ้า

พระชนมายุ ๑๐๐ ปี

พระโคดมพุทธเจ้า ( องค์ปัจจุบัน )

๒. ตระกูล

ตระกูลพราหมณ์

มี ๓ พระองค์

พระกกุสันธะพุทธเจ้า, พระโกนาคมนะพุทธเจ้า, พระพระกัสสปะพุทธเจ้า

ตระกูลกษัตริย์

ทั้ง ๒๒ พระองค์

 

๓. ขนาดพระวรกาย หมายเหตุ เทียบกับศอกของมนุษย์ปัจจุบัน ๑ ศอก = 50 เซนติเมตร

สูง ๙๐ ศอก

พระสุมนะพุทธเจ้า

สูง ๘๘ ศอก

มี ๔ พระองค์

พระโกณฑัญญะ, พระมังคละพุทธเจ้า,

พระนารทะพุทธเจ้า, พระสุเมธะพุทธเจ้า

สูง ๘๐ ศอก

มี ๖ พระองค์

พระทีปังกรพุทธเจ้า, พระเรวตะพุทธเจ้า, พระปิยทัสสีพุทธเจ้า,

พระอัตถทัสสีพุทธเจ้า, พระธัมมทัสสีพุทธเจ้า, พระวิปัสสีพุทธเจ้า

สูง ๗๐ ศอก

พระสิกขีพระพุทธเจ้า

สูง ๖๐ ศอก

มี ๓ พระองค์

พระสิทธัตถะพุทธเจ้า, พระติสสะพุทธเจ้า, พระเวสสภูพุทธเจ้า

สูง ๕๘ ศอก

มี ๕ พระองค์

พระโสภิตะพุทธเจ้า, พระอโนมทัสสีพุทธเจ้า, พระปทุมะพุทธเจ้า,

พระปทุมมุตตะพุทธเจ้า,พระปุสสะพุทธเจ้า

สูง ๕๐ ศอก

พระสุชาตะพุทธเจ้า

สูง ๔๐ ศอก มี ๒ พระองค์

พระกกุสันธะพุทธเจ้า, พระโกนาคมนะพุทธเจ้า

สูง ๒๐ ศอก

พระกัสสปะพุทธเจ้า

สูง ๑๘ ศอก

พระโคดมพุทธเจ้า ( องค์ปัจจุบัน )

๔. การบำเพ็ญเพียร ในพระชาติสุดท้าย ที่ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า

บำเพ็ญ ๑๐ เดือน

มี ๗ พระองค์

พระทีปังกรพุทธเจ้า, พระโกณฆัญญะพุทธเจ้า, พระสุมนะพุทธเจ้า, พระอโนมทัสสีพุทธเจ้า,

พระสุชาตะพุทธเจ้า, พระสิทธัตถะพุทธเจ้า, พระกกุสันธะพุทธเจ้า

บำเพ็ญ ๘ เดือน

มี ๔ พระองค์

พระมังคละพุทธเจ้า, พระสุเมธะพุทธเจ้า, พระติสสะพุทธเจ้า, พระสิขีพุทธเจ้า,

บำเพ็ญ ๗ เดือน

พระเรวตะพุทธเจ้า

บำเพ็ญ ๖ เดือน

มี ๔ พระองค์

พระปิยทัสสีพุทธเจ้า, พระปุสสะพุทธเจ้า,

พระเวสสภูพุทธเจ้า, พระโกนาคมนะพุทธเจ้า

บำเพ็ญ ๔ เดือน

พระโสภิตะพุทธเจ้า

บำเพ็ญ ครึ่ง เดือน

มี ๓ พระองค์

พระปทุมะพุทธเจ้า, พระอัตถทัสสีพุทธเจ้า, พระวิปปัสสีพุทธเจ้า

บำเพ็ญ ๗ วัน

มี ๔ พระองค์

พระนารทะพุทธเจ้า, พระปทุมุตตระพุทธเจ้า,

พระธัมมทัสสีพุทธเจ้า, พระกัสสปะพุทธเจ้า

บำเพ็ญ ๖ ปี

พระโคดมพุทธเจ้า ( องค์ปัจจุบัน )

 

๕.   ยานพาหนะที่ประทับเสด็จออกผนวช

ประทับช้าง

มี ๖ พระองค์

พระทีปังกรพุทธเจ้า, พระสุมนะพุทธเจ้า, พระสุเมธะพุทธเจ้า, พระปุสสะพุทธเจ้า,

พระสิขีพุทธเจ้า, พระโกณาคมนะพุทธเจ้า

ประทับรถ

มี ๖ พระองค์

พระโกณฑัญญะพุทธเจ้า, พระเรวตะพุทธเจ้า, พระปทุมะพุทธเจ้า, พระปิยทัสสีพุทธเจ้า

พระวิปัสสีพุทธเจ้า, พระกกุสันธะพุทธเจ้า

ประทับม้า

มี ๕ พระองค์

พระมังคละพุทธเจ้า, พระสุชาตะพุทธเจ้า, พระอัตถทัสสีพุทธเจ้า, พระติสสะพุทธเจ้า,

พระโคดมพุทธเจ้า ( องค์ปัจจุบัน )

ประทับวอ

มี ๓ พระองค์

พระอโนมทัสสีพุทธเจ้า, พระสิทธัตถะพุทธเจ้า, พระเวสสภูพุทธเจ้า

ประทับปราสาท

มี ๔ พระองค์

พระโสภิตะพุทธเจ้า, พระปทุมุตตระพุทธเจ้า, พระธัมมทัสสีพุทธเจ้า,

พระกัสสปะพุทธเจ้า

ด้วยพระบาท

พระนารทะพุทธเจ้า

๖.  บัลลังก์ที่ประทับตรัสรู้

บัลลังก์ ๖๐ ศอก

พระสุมนะพุทธเจ้า

บัลลังก์ ๕๗ ศอก

มี ๔ พระองค์

พระโกณฑัญญะพุทธเจ้า, พระมังคละพุทธเจ้า, พระนารทะพุทธเจ้า,

พระสุเมธะพุทธเจ้า

บัลลังก์ ๕๓ ศอก

มี ๖ พระองค์

พระทีปังกรพุทธเจ้า, พระเรวตะพุทธเจ้า, พระปิยทัสสีพุทธเจ้า, พระอัตถทัสสีพุทธเจ้า

พระธัมมทัสสีพุทธเจ้า, พระวิปัสสีพุทธเจ้า

บัลลังก์ ๔๐ ศอก

มี ๓ พระองค์

พระสิทธัตถะพุทธเจ้า, พระติสสะพุทธเจ้า, พระเวสสภูพุทธเจ้า

บัลลังก์ ๓๘ ศอก

มี ๕ พระองค์

พระโสภิตะพุทธเจ้า, พระอโนมทัสสีพุทธเจ้า, พระปทุมมะพุทธเจ้า,

พระปทุมุตตระพุทธเจ้า, พระปุสสะพุทธเจ้า

บัลลังก์ ๓๒ ศอก

มี ๒ พระองค์

พระสิขีพุทธเจ้า, พระสุชาตะพุทธเจ้า

บัลลังก์ ๒๖ ศอก

พระกกุสันธะพุทธเจ้า

บัลลังก์ ๒๐ ศอก

พระโกนาคมนะพุทธเจ้า

บัลลังก์ ๑๕ ศอก

พระกัสสปะพุทธเจ้า

บัลลังก์ ๑๔ ศอก

พระสมนโคดมพุทธเจ้า ( องค์ปัจจุบัน )

๗.   พระรัศมี ความต่างแห่งพุทธรังสี (เทียบกับมนุษย์ปัจจุบัน หน่วยวัด ๑ โยชน์ = 16 กิโลเมตร)

แผ่ไปในหมื่นโลกธาตุ

พระมังคละพุทธเจ้า

แผ่ไป ๑๒ โยชน์

พระพระปทุมุตตระ

แผ่ไป ๑๐โยชน์

พระกกุสันธะพทธเจ้า

แผ่ไป ๗ โยชน์

พระวิปัสสีพุทธเจ้า

แผ่ไป ๓ โยชน์

พระสิขีพุทธเจ้า

แผ่ไป ๑ วา

พระโคดมพุทธเจ้า ( องค์ปัจจุบัน )

แผ่ไปไกลไม่กำหนดแน่

๑๙ พระองค์

 

๘. ต้นไม้ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าในอดีต

๑. พระตัณหังกร

ไม้สัตตปัณณะ ( ตีนเป็ดขาว )

๒. พระเมธังกร

ไม้กิงสุกะ ( ทองกวาว )

๓. พระสรณังกร

ไม้ปาฏลี ( แคฝอย )

๔. พระทีปังกร

ไม้ปิปผลิ ( เลียบ )

๕. พระโกณทัญญะ

ไม้สาลกัลยาณี ( ขานาง )

๖. พระมังคละ

ไม้นาคะ ( กากะทิง )

๗. พระสุมน

ไม้นาคะ ( กากะทิง )

๘. พระเรวตะ

ไม้นาคะ ( กากะทิง )

๙. พระโสภิตะ

ไม้นาคะ ( กากะทิง )

๑๐. พระอโนมทัสสี

ไม้อัชชุนะ ( รกฟ้าขาว )

๑๑. พระปทุมะ

ไม้มหาโสณะ ( ต้นอ้อยช้างใหญ่ )

๑๒. พระนารทะ

ไม้มหาโสณะ ( ต้นอ้อยช้างใหญ่ )

๑๓. พระปทุมุตตระ

ไม้สลฬะ ( ต้นสน )

๑๔. พระสุเมธะ

ไม้นีปะ ( ต้นกะทุ่ม )

๑๕. พระสุชาตะ

ไม้มหาเวฬุ ( ต้นไผ่ )

๑๖. พระปิยทัสสี

ไม้กกุธะ ( ต้นกุ่ม )

๑๗. พระอัตถทัสสี

ไม้จัมปกะ ( ต้นจำปา )

๑๘. พระธัมมทัสสี

ไม้กุรวกะ ( ต้นมะพลับ )

๑๙. พระสิทธัตถะ

ไม้กณิการะ ( กรรณิการ์ )

๒๐. พระติสสะ

ไม้อสนะ ( ต้นประดู่ )

๒๑. พระปุสสะ

ไม้อามลกะ ( มะขามป้อม )

๒๒. พระวิปัสสี

ไม้ปาฏลี ( แคฝอย )

๒๓. พระสิขี

ไม้ปุณฑรีกะ ( มะม่วงป่า )

๒๔. พระเวสสภู

ไม้สาละ ( สาละ )

๒๕. พระกกุสันธะ

ไม้มหาสรีสะ ( ต้นซึก )

๒๖. พระโกนาคมนะ

ไม้อุทุมพร ( มะเดื่อ )

๒๗. พระกัสสป

ไม้นิโครธ ( ต้นไทร )

๒๘. พระโคดม

ไม้อัสสัตถะ ( ต้นโพธิ์ )

 

ต้นไม้ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าในอนาคต

๑. พระศรีอริยเมตไตรย

ไม้นาคะ

๒. พระรามเจ้า

ไม้จันทร์

๓. พระธรรมราชา

ไม้กากะทิง

๔. พระธรรมสามี

ไม้รังใหญ่

๕. พระนารทะ

ไม้จันทร์

๖. พระรังสีมุนีนาท

ไม้ดีปลีใหญ่

๗. พระเทวเทพ

ไม้จำปา

๘. พระนรสีหะ

ไม้แคฝอย

๙. พระติสสะ

ไม้ไทร

๑๐. พระสุมังคละ

ไม้กากะทิง

 

ความแตกต่างของพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ในภัทรกัปนี้

๑.  พระกกุสันธพุทธเจ้า หลังจากได้รับพุทธพยากรณ์เป็นครั้งแรก จากพระพุทธเจ้า เมื่อสมัยเป็นประโพธิสัตว์หลังจากนั้น ๘ อสงไขยแสนกัป

ได้สร้างบารมีกับ พระพุทธเจ้าอีก ประมาณ ๓๗,๐๒๔ พระองค์

เป็นศรัทธาพุทธเจ้า อายุขัย ๔๐,๐๐๐ พรรษา

พระสรีระสูง ๔๐ ศอก หรือ ๒๐ เมตร

พระบำเพ็ญทุกกิริยา ชาติสุดท้าย ๑๐ เดือน

พุทธรังสีสร้านไปไกล ๑๐ โยชน์  ( ๑๖๐ กิโลเมตร )

 

๒. พระโกนาคพุทธเจ้า หลังจากได้รับพุทธพยากรณ์เป็นครั้งแรกจากพระพุทธเจ้า เมื่อสมัยเป็นโพธิสัตว์หลังจากนั้น ๘ อสงไขยแสนกัป

ได้สร้างบารมีกับ พระพุทธเจ้าอีก ประมาณ ๒๗,๐๒๔ พระองค์

เป็นศรัทธาพุทธเจ้า อายุขัย ๓๐,๐๐๐ พรรษา

พระสรีระสูง ๓๐ ศอก  หรือ ๑๕ เมตร

บำเพ็ญทุกกิริยา ชาติสุดท้าย ๑ เดือน

พุทธรังสีสร้านไปไกล  ตามแต่พระประสงค์

 

๓. พระกัสสปพุทธเจ้า หลังจากได้รับพุทธพยากรณ์เป็นครั้งแรก จากพระพุทธเจ้า เมื่อสมัยเป็นพระโพธิสัตว์หลังจากนั้น ๘ องสไขยแสนกัป

ได้สร้างบารมีกับพระพุทธเจ้าอีก ประมาณ ๓๗,๐๒๔ พระองค์

เป็นศรัทธาพุทธเจ้า อายุขัย ๒๐,๐๐๐ พรรษา

พระสรีระสูง ๒๐ ศอก  หรือ ๑๐ เมตร

บำเพ็ญทุกกิริยา ชาติสุดท้าย ๗ วัน

พุทธรังสีสร้านไปไกล  ตามแต่พระประสงค์

 

๔. พระศากยมุนีโคดมพุทธเจ้า หลังจากได้รับพุทธพยากรณ์เป็นครั้งแรก จากพระพุทธเจ้า เมื่อสมัยเป็นพระโพธิสัตว์หลังจากนั้น ๔ องสไขยแสนกัป

ได้สร้างบารมีกับพระพุทธเจ้าอีก ประมาณ ๒๔ พระองค์ ซึ่งน้อยมาก

เป็นศรัทธาพุทธเจ้า อายุขัย ๘๐ พรรษา

พระสรีระสูง ๔ ศอก หรือ ๒ เมตร

บำเพ็ญทุกกิริยา ชาติสุดท้าย ๖ ปี

พุทธรังสีสร้านไปข้างละ ๑ วา เป็นปกติ

 

5. พระอริยเมตไตรยพุทธเจ้า หลังจากได้รับพุทธพยากรณ์เป็นครั้งแรก จากพระพุทธเจ้า เมื่อสมัยเป็นพระโพธิสัตว์หลังจากนั้น ๑๖ องสไขยแสนกัป

ได้สร้างบารมีกับพระพุทธเจ้าอีก ประมาณ ๘๐,๐๐๐ พระองค์

เป็นวิริยะพุทธเจ้า อายุขัย ๘๐,๐๐๐ พรรษา

พระสรีระสูง ๘๐ ศอก หรือ ๔๐ เมตร

บำเพ็ญทุกกิริยา ชาติสุดท้าย ๗ วัน

พุทธรังสีสร้านไปไกล ยังกำหนดไม่ได้

 

พระพุทธเจ้าในอนาคต

 

พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้แกก่พระสารีบุตรว่า ในกาลข้างหน้านี้ จะมีพระพุทธเจ้ามาอุบัติขึ้น ๑๐ พระองค์ในโลก ต่อจากพระองค์ไปโดยลำดับกัป นับตั้งแต่ภัทรกัปนี้เป็นต้นไป ซึ่งพระโพธิสัตว์เจ้าทั้ง ๑๐ พระองค์นี้ เมื่อทรงสร้างพระบารมี ๓๐ ทัศครบบริบูรณ์แล้ว จะทรงมีพุทธานุภาพ และมีอภินิหารต่าง ๆ ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน พระอนาคตวงศ์ ๑๐ พระองค์ มีประวัติโดยย่อดังนี้

๑. พระศรีอาริยเมตไตรย ( พระศรีอารย์ )

ในอดีตพระองค์คือ พระเจ้าสังขจักรพรรดิราช แห่งอินทปัตนคร ในสมัยของ พระสิริมิตรพุทธเจ้า วันหนึ่งพระองค์ได้พบสามเณรในสำนักพระสิริมิตรพุทธเจ้า ทรงเกิดความเลื่อมในสามเณรนั้น พระองค์จึงเสด็จมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ซึ่งประทับอยู่ที่บุพพาราม หลังจากที่พระองค์ได้ฟังพระธรรมจากพระพุทธเจ้าสิริมิตรแล้ว พระองค์จึงได้ถวายศีรษะของพระองค์เองแด่พระพุทธเจ้า เพื่อบูชาพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระองค์ แล้วทรงไปบังเกิดเป็นเทพบุตรในสวรรค์ชั้นดุสิต และด้วยอานิสงค์แห่งบารมีนี้เอง ทำให้พระองค์ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในเวลาต่อมา

ขณะที่พระองค์ทรงเสวยทิพย์สมบัติเป็นเทพบุตรอยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิต เมื่อถึงกำหนดเวลาพระโพธิสัตว์เจ้าจะลงมาจุติบนโลกมนุษย์ในครรภ์ของนางพรหมวดี ภรรยาของสุพรหมพราหมณ์ เป็นปุโรหิตของพระเจ้าสังขจักรพรรดิแห่งเกตุมดีนคา เมื่อทรงปรปะสูติจะมีนิมิตมงคล ๓๒ ประการปรากฎขึ้น และมีมหาปราสาทสำหรับเป็นที่ประทับปรากฎขึ้น ๓ หลัง ๆ ละ ๗ ชั้น ประดับประดาด้วยแก้วรัตนะ ๗ ปรการ พระองค์จะทรงมีพระชนม์มายุ ๘๐,๐๐๐ ปี ทรงพระสรีรกายสูง ๘๘ ศอก ทรงทำความเพียรเพื่อตรัสรู้นาน ๗ วัน พระฉัพพรรณรังสีแผ่ไกลถึงหมื่นจักรวาล ส่องสว่างตั้งแต่อเวจีนรก จนถึงภวัคคพรหม

 

๒. พระรามพุทธเจ้า

ในอดีตพระองค์คือ อดีตนารทมาณพ เกิดในสมัยของ พระกัสสปพุทธเจ้า นารทมาณพได้จุดไฟที่ศรีษะบูชาพระพุทธเจ้า หลังจากที่ได้รับพุทธพยากรณ์ว่า จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต ต่อจากพระศรีอาริยเมตไตรย ได้ไปบังเกิดเป็นเทพบุตรในสวรรค์ชั้นดุสิต ก่อนจะมาจุติเป็นพระรามเจ้า ต่อมาได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า พระองค์จะทรงมีพระชนม์มายุ ๙๐,๐๐๐ ปี พระสรีรกายสูง ๘๐ ศอก พระฉัพพรรณรังสีส่องสว่างตลอดทั้งกลางวัน และกลางคืน

 

๓. พระธรรมราชาพุทธเจ้า

ในอดีตพระองค์คือ อดีตพระเจ้าปเสนทิโกศล เกิดเป็นพราหมณ์หนุ่มชื่อ สุทธมาณพ หาเลี้ยงชีพโดยเก็บดอกบัววันละ ๒ ดอกไปขาย ทรงรับพุทธพยากรณ์จาก พระพุทธเจ้าโกนาคมว่า จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต เมื่อได้เสวยทิพยสมบัติในสวรรค์ชั้นดุสิต และจะลงมาจุติบนโลกมนุษย์เป็นกษัตริย์มีพระนามว่า พระธรรมราชา พระองค์จะทรงมีพระชนม์มายุ ๕๐,๐๐๐ ปี พระสรีรกายสูง ๑๖ ศอก พระฉัพพรรณรังสีเกิดขึ้นเป็นนิจ ตลอดทั้งกลางวัน และกลางคืน

 

๔. พระธรรมสามีพุทธเจ้า

ในอดีตพระองค์คือ พระยามาราธิราช ( พญาวสวัตดีมาร ) เป็นจอมเทวดาฝ่ายมาร บนสวรรค์ชั้นสูงสุด ( ชั้นปรนิมมิตวสวัตดี ) พระองค์จะบังเกิดเป็นมหาเสนาบดีนามว่า โพธิ และได้รับพุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้ากัสสปะว่า จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต เมื่อไปบังเกิดขึ้นบนสวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว ก็จะจุติลงมาเกิดเป็นกษัติย์ และได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ทรงมีพระนามว่า พระธรรมสามี พระองค์จะทรงมีพระชนม์มายุได้ ๑๐๐.๐๐๐ ปี พระสรีรกายสูง ๘๐ ศอก พระฉัพพรรณรังสีจะสว่างดังแสงพระอาทิตย์ และพระจันทร์

 

๕. พระนารทพุทธเจ้า

ในอดีตพระองค์คือ พระยาอสุรินทราหู เป็นมหาอุปราชครองภพอสูรตอนเหนือ อยู่ใต้อุตตรกุรุทวีป ลงมาเกิดบนโลกมนุษย์ เป็นกษัตริย์องค์หนึ่งพระนามว่า สิริคุต ครองนิรมลนคร ในสมัยพระพุทธเจ้ากัสสปะ ได้รับพุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบันว่า จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต ทรงมีพระนามว่า นารทะ พระองค์จะทรงมีพระชนม์มายุ ๑๐,๐๐๐ ปี พระสรีรกายสูง ๑๒๐ ศอก พระฉัพพรรณรังสีบังเกิดขึ้นทั้งกลางวัน และกลางคืน

 

๖. พระรังสีมุนีพุทธเจ้า

ในอดีตพระองค์คือ โสณพราหมณ์ เป็นพ่อค้ามีนามว่า มาฆมาณพในสมัยพระพุทธเจ้ากกุสันธะ มาฆมาณพเป็นพ่อค้าที่ฉลาด แต่ประสบทุกข์สูญสิ้นทรัพย์สินเงินทองที่หามาได้จำนวนมากถึง ๓ ครั้ง ๓ คราว จึงเดินทางไปยังเมืองโกสัมพี เพื่อรักษาอุโบสถศีลในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ พระกกุสันธพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่า มาฆมาณพนี้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต ทรงพระนามว่า พระรังสีมุนี พระองค์จะทรงมีพระชนม์ ๕,๐๐๐ ปี พระสรีรกายสูง ๖๐ ศอก แสงสว่างแห่งพระพุทธรัศมีสว่างไสวในเวลากลางวันเหมือนดังแสงทอง และสว่างไสวในเวลากลางคืนเหมือนดังแสงสีเหลือง

 

๗. พระเทวเทพสัมพุทธเจ้า

ในอดีตพระองค์คือ สุภพราหมณ์บรมโพธิสัตว์ที่มาบังเกิดเป็นพระยาช้างฉัททันต์ ริมฝั่งสระฉัททันต์ในสมัยพระโกนาคมนพุทธเจ้า พระยาช้างฉัททันต์ได้เห็นสรีระของพระสาวกอันมีนามว่า พระอัญญาโกณทัญญะซึ่งดับขันธ์นิพพานที่ริมฉัททันต์นั้น จึงได้อธิษฐานขอบุญกุศลที่เคยบำเพ็ญมา ทำให้เกิดเลื่อยมาเลื่อยเอางาทั้งสองของตน โดยเอางาหนึ่งมาทำเป็นราง อีกข้างหนึ่งทำเป็นรูปนกยูง เพื่อประดิษฐานสรีระของพระเถระไว้กับราง แล้วรวบขนบนศรีษะของตนจุดไฟเผาบูชาสรระของพระเถระ และตั้งความปรารถนาขอให้การถวายงา จงเป็นปัจจัยให้ได้บรรลุพระสัพพัญญุตญาณ  สุภพราหมณ์ได้รับพุทธพยากรณ์ว่า จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต ทรงมีพระนามว่า พระเทวเทพ พระองค์จะทรงมีพระชนม์ได้ ๘๐,๐๐๐ ปี มีพระสรีรกายสูงได้ ๘๐ ศอก และจะมีพระฉัพพรรณรังสีประดุจดังช่อดอกไม้ ไม่มีความหนาว ร้อน ส่องสว่างทั่วไปในสกลโลก

 

๘. พระนรสีหสัมพุทธเจ้า

ในอดีตพระองค์คือ นันทมาณพ เคยถวายผ้ากำพล ๑ ผืนและทองแสนตำลึงแด่พระปัจเจกพุทธเจ้าในสมัยหนึ่ง ได้ตั้งความปรารถนาในคราวนั้นว่า ขอให้ตนได้เกิดมาเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต มีอำนาจแผ่ไปตลอดหนึ่งโยชน์ทั้งเบื้องบนและเบื้องล่าง ต่อมาเมื่อนันทมาณพตายไปแล้ว ก็ได้ไปเกิดเสวยสมบัติบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ แล้วจึงจุติลงมาเกิดเป็นกษัตริย์ เสวยสมบัติในเมืองมนุษย์ก่อนจะมาเกิดเป็น โตเทยยพราหมณ์ ในสมัยพระพุทธเจ้าโคตมะ ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน พระพุทธองค์ได้พยากรณ์โตเทยยพราหมณ์ว่า จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต มีพระนามว่า พระนรสีหะ พระองค์จะมีพระชนม์ได้ ๘๐,๐๐๐ ปี มีพระสรีรกายสูง ๖๐ ศอก แสงสว่างแห่งพระพุทธรัศมี กลางวันมีสีประหนึ่งแก้วมณี กลางคืนีแสงประหนึ่งสีทอง เบื้องบนพระเศียรของพระผู้มีพระภาคเจ้า จะมีเศวตฉัตรอันประกอบด้วยแก้ว ๗ ประการขนาด ๓ โยชน์ลอยอยู่เป็นนิจ

๙. พระติสสสัมพุทธเจ้า

ในอดีตพระองค์คือ ช้างธนบาลบรมโพธิสัตว์ ( ช้างนาฬาคิรี ) ที่เคยบังเกิดเป็นพระโอรสองค์ใหญ่ของพระธรรมราชา แห่งแค้วนจำปานคร ทรงมีพระนามว่า ธรรมเสน ต่อมาพระองค์เสด็จออกผนวชอยู่ในสำนักฤๅษี พระฤๅษีธรรมเสนได้ฟังธรรมของ พระโกนาคมนพุทธเจ้า จนเกิดความเลื่อมใส จึงได้ถวายศีรษะของพระองค์บูชาพระโกนาคมนพพุทธเจ้า และตั้งความปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า ทรงได้รับพุทธพยากรณ์ว่า จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต จะมีพระนามว่าพระติสสะ พระองค์จะมีพระชนม์ได้ ๘๐,๐๐๐ ปี มีพระสรีรกายสูง ๘๐ ศอก พระฉัพพรรณรังสีประดุจเปลวเพลิง สว่างทั้งกลางวันและกลางคืน แสงสว่างจากพระอุณาโลมเป็นประหนึ่งว่า แวดล้อมด้วยเศวตฉัตรนับพัน

 

๑๐. พระสุมังคลสัมพุทธเจ้า

ในอดีตพระองค์คือ ช้างปาลิไลยกะ เคยเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ทรงพระนามว่า มหาปนาทะ ครองพื้นปฐพีชมพูทวีป ทรงผนวชในพระราชสำนักพระกกุสันธพุทธเจ้า ได้รับพุทธพยากรณ์ว่า จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต มีพระนามว่า พระสุมงคล พระองค์จะมีพระชนม์ได้ ๑๐๐,๐๐๐ ปี มีพระสรีรกายสูง ๖๐ ศอก พระฉัพพรรณรังสีในเวลากลางวัน เป็นเช่นเดียวกับแสงสีทอง และในเวลากลางคืน เป็นเช่นเดียวกับแสงสีเงิน

พุทธปกิณกะ

 

นับแต่กัปนี้ไป ในกัปที่นับไม่ได้ ได้มีพระพุทธเจ้าผู้นำพิเศษ ๔ พระองค์ คือ

พระพุทธเจ้าพระนามว่าตัณหังกร พระนามว่า เมธังกร พระนามว่า สรณังกร และพระนามว่า ทีปังกร

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้ง ๔ พระองค์นี้ได้เสด็จอุบัติขึ้นในกัปเดียวกัน

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโกณฑัญญะ ผู้นายกของโลกพระองค์เดียวเท่านั้น ได้เสด็จอุบัติขึ้นในกัปหนึ่ง ระหว่างกัปของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ทีปังกร และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โกณฑัญญะเป็นอัตรกัป นับไม่ถ้วน

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า มงคล ผู้นายกของโลกพระองค์เดียวเท่านั้น ได้เสด็จอุบัติขึ้นในกัปนี้ ระหว่างกัปของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโกณฑัญญะ และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่ามังคละก็เป็นอัตรกัป นับไปถ้วนเหมือนกัน

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงทำแสงสว่างแก่ชาวโลก ๔ พระองค์ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุมงคล พระนามว่าสุมน พระนามว่าเรวัต และพระนามว่าโสภิต ได้เสด็จอุบัติขึ้นในกัปเดียวกัน

แต่นั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าอโนทัสสีพระองค์เดียวเท่านั้นได้เสด็จอุบัติขึ้นในกัปหนึ่ง ระหว่างกัปของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโสภิตและพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าอโนมัสสีก็เป็นอันตรกัป นับไม่ถ้วน

แต่นั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้นำพิเศษ ๓ พระองค์ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสี พระนามว่าปทุม และพระนามว่านารทะ ได้เสด็จอุบัติขึ้นในกัปเดียวกัน

ในแสนกัป นับแต่กัปนี้ไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้ทรงสมควรรับของคำนับบูชา พระองค์เดียวเท่านั้นได้เสด็จอุบัติขึ้นในกัปนี้

ในสามหมื่นกัป นับแต่กัปนี้ไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๒ พระองค์ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธ และพระนามว่าสุชิ ได้เสด็จอุบัติขึ้นในกัปเดียวกัน

ในหนึ่งพันแปดร้อยร้อยกัป นับแต่กัปนี้ไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๓ พระองค์ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปิยทัสสี พระนามว่าอัตถทัสสี และพระนามว่าธรรมทัสสี ได้เสด็จอุบัติขึ้นในกัปเดียวกัน

ในกัปที่เก้าสิบสี่ นับแต่กัปนี้ไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้ไม่มีบุคคลอื่นเปรียบเสมอเหมือน พระนามว่าสิทธัตถะ พระองค์เดียวเท่านั้นได้เสด็จอุบัติขึ้นในกัปนี้

ในกัปที่เก้าสิบสอง นับแต่กัปนี้ไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ไม่มีบุคคลผุ้เสมอเหมือน ๒ พระองค์ คือ สัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ และพระนามว่าปุสสะ ได้เสด็จอุบัติขึ้นในกัปเดียวกัน

ในกัปที่เก้าสิบเอ็ด นับแต่กัปนี้ไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้นายกของโลกพระนามว่าวิปัสสีพระองค์เอียวเท่านั้นได้เสด็จอุบัติขึ้นในกัปนี้

ในกัปที่สามสิบเอ็ด  นับแต่กัปนี้ไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ไม่มีบุคคลผู้เปรียบเสมอเหมือน ๒ พระองค์ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี  และพระนามว่าเวสสภู ได้เสด็จอุบัติขึ้นในกัปเดียวกัน

ในภัทรกัปนี้แล พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๕ พระองค์ คือ พระสัมมาสัมพุมธเจ้าพระนามว่ากกุสันธะ  พระนามว่าโกนาคมนะ  พระนามว่ากัสสป พระนามว่าโคดม และพระนามว่า เมตไตรย์  เสด็จอุบัติขึ้นในกัปเดียวกันนี้แล แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๔ พระองค์ข้างต้นได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าเมตไตรย์จักเสด็จอุบัติขึ้น ภายหลังจากพระศาสนาของพระโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าสูญสิ้นไปแล้วในอนาคตกาลแล

อนึ่ง  ขึ้นชื่อว่ากัปมี ๒ คือ สุญญกัปและอสุญญกัป บรรดากัปทั้ง ๒ นั้น พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระเจ้าจักรพรรดิ ไม่เสด็จอุบัติขึ้นในสุญญกัปเพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า สุญญกัป เพราะเป็นกัปที่ว่างเปล่าจากบุคคล

ส่วนอสุญญกัปมี ๕ คือ สารกัป  มัณฑกัป วรกัป สารมัณฑกัป และภัทรกัป

อสุญญกัปทั้ง ๕ นั้น กัปที่ประกอบด้วยสาระคือ คุณ เรียกว่า สารกัป เพราะปรากฏพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่พระองค์เดียว

ในกัปใดที่ปรากฏว่ามีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้น ๒ พระองค์ กัปนั้นเรียกว่ามัณฑกัป

ส่วนในกัปใดที่ปรากฏว่ามีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้น ๓ พระองค์พระองค์ที่ ๑  ทรงพยากรณ์องค์ที่ ๒ พระองค์ที่ ๒ ทรงพยากรณ์องค์ที่ ๓ ในกัปนั้นมนุษย์ทั้งหลายมีใจเบิกบาน ย่อมเลือกโดยปณิธานที่ตนปรารถนา กัปนั้นเรียกว่า วรกัป

ส่วนในกัปใดที่ปรากฏว่ามีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้น ๔ พระองค์กัปนั้น เรียกว่าสารมัณฑกัป เพราะเป็นกัปที่ประเสริฐกว่า มีสาระกว่ากัปก่อน ๆ

และในกัปใดที่ปรากฏว่ามีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้น ๕ พระองค์กัปนั้นเรียกว่าภัทรกัป ก็ภัทรกัปนี้หาได้ยากยิ่ง เพราะกัปนั้นโดยมากสัตว์ทั้งหลายเป็นผู้มากด้วยกัลยาณสุขติเหตุสัตว์ก็ทำความสิ้นกิเลส ทุเหตุกสัตว์ย่อมถึงสุคติอเหตุกสัตว์ก็ได้เหตุ สมจริงดังที่พระโบราณจารย์ทั้งหลายกล่าวไว้ว่า ในสารกัปมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑ พระองค์ ในมัณฑกัป ๒ พระองค์ ในวรกัปมี ๓ พระองค์ ในสารมัณฑกัปมี  ๔ พระองค์ ในภัทรกัปมี ๕ พระองค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากกว่านั้นไม่มี

ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น

security code
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงด้านบน


busy
 
เรามี 2 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Top

เข้าสู่ระบบ

Languages

     
พื้นที่โฆษณา
ลิขสิทธิ์ © 2008-2010. วัดปทุมธาราม (หนองบัว) ต.หนองบัว อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
แสดงผลได้สมบูรณ์บนความละเอียดหน้าจอ 1024 by 768 pixcels. ขึ้นไป
เว็บไซท์พระสอนศีลธรรมอำเภอเสิงสาง นครราชสีมา โทร 0833745590
#fc3424 #5835a1 #1975f2 #83a92c #8bb832 #1c2def