Home You are here: Home บทความน่าสนใจ 13.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระปทุมุตตระพุทธเจ้า
ธันวาคม
27
2009
13.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระปทุมุตตระพุทธเจ้า

ทรงเสด็จอุบัติในตระกูลกษัตริย์ ในพระนครหังสวดี

พระบรมกษัตริย์พระนามว่าอานนท์ เป็นพระพุทธบิดา  พระนางสุชาดาราชเทวี เป็นพระพุทธมารดา

ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ หลังชื่อ นารี พาหนะ และยศวดี

ทรงมีพระมเหสีพระนามว่า วาสุลทัตตาเทวี ทรงมีพระโอรสพระนามว่า อุดร

ทรงมีพระสนมนารีกำนัลใน ๔ หมื่น ๓ พันนางทรงครองฆราวาสวิสัยอยู่ ๑ หมื่นปี

ทรงเสด็จออกผนวชด้วย วสวัดดีปราสาทราชยาน

ทรงทำความเพียรอยู่ ๗ วัน จึงสำเร็จพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ควงไม้สลละ ( ต้นช้างน้าว )

พระองค์ครั้นทรงตรัสรู้แล้วประทับอยู่ที่โดนโพธิพฤกษ์นั้น  ๗  สัปดาห์ได้ทรงประกาศพระธรรมจักรอันยอดเยี่ยมที่พระราชอุทยานใกล้เมืองมิลิลา

 

ทรงมีการตรัสรู้ธรรมครั้ง ๓ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์ ๑ แสนโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปแสดงธรรมโปรดเทวิลราชกุมารและสุชาติราชกุมารพระโอรสของเจ้าเมืองมิถิลานคร ที่มิถิลาราชอุทยาน

ครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์ ๓ ล้าน ๗ แสนเมื่อคราวที่พระองค์ทรงยังมหาชนผู้เร้าร้อนด้วยความเร่าร้อนในนรก ให้สงบร่มเย็นด้วยน้ำอมฤตธรรม โดยการแสดงธรรมโปรด ในสมาคมของสรทดาบส

ครั้งที่ ๓ ได้มีแก่สัตว์ ๕ ล้าน เมื่อคราวที่พระองค์ทรงยังพระเจ้าอานนทมหาราช พร้อมด้วยเหล่าทหาร ๒ หมื่นและอำมาตย์อีก ๒๐  คนผู้ซึ่งปรากฏพระองค์ในมิถิลานคร ให้บวชแล้วเสด็จไปสงเคราะห์ พระราชบิดาซึ่งประทับอยู่ที่หังสวดีนคร และแสดงพุทธวงศ์โปรดพุทธบิดา

 

ทรงมีการประชุมพระสงฆ์สาวกขีณาสพ  ผู้ปราศจากมลทิน ผู้สงบผู้คงที่ ๓ ครั้งคือ

ครั้งที่ ๑ มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๑ แสนโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่ภิกษุทั้งหลายผู้มาประชุมกัน ที่มิถิลาราชอุทยานใกล้มิถิลานคร ในวันเพ็ญเดือนมาฆมาส

ครั้งที่ ๒ พระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๙ หมื่นโกฏิเมื่อคราวที่พระองค์เสด็จเข้าจำพรรษา ที่ยอดภูเขาเวภารบรรพต

ครั้งที่ ๓ มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๘ หมื่นโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จจาริกไปทำการปลดเปลื้องมหาชน จากเครื่องผูกคือกิเลส แล้วทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ ในท่ามกลางแห่งพระสงฆ์สาวกขีณาสพผู้ที่มาประชุมกัน

 

ทรงมีพระเทวิลเถระ และพระสุชาติเถระ เป็นคู่พระอัครสาวกชั้นเลิศ

ทรงมีพระสุมนเถระ เป็นพุทธอุปัฏฐาก

ทรงมีพระอมิภาเถรี และพระอสมาเถรี เป็นคู่พระอัครสาวิกาชั้นเลิศ

ทรงมีอมิตอุบาสก และติสสอุบาสก เป็นคู่อัครอุบาสกชั้นเลิศ

ทรงมีหัตถาอุบาสิกา และสุจิตราอุบาสิกา เป็นคู่อัครอุบาสิกาชั้นเลิศ

พระองค์ทรงมีพระวรกายสูง ๕๘ ศอก

ทรงมีพระรัศมีแผ่ซ่านออกจากพระวรกายสว่างไสวไปได้ ๑๒ โยชน์โดยรอบ

ทรงมีพระชนมายุ ๑ แสนปี

ทรงเสด็จดับขันธปรินิพพานพร้อมด้วยพระสงฆ์สาวกขีณาสพทั้งหลายที่ นันทารามวิหาร

พระธาตุของพระองค์กระจัดกระจายเป็นส่วน ๆ ไปในประเทศนั้น ๆ

พวกมนุษย์ชาวชมพูทวีปช่วยกันสร้างพระเจดีย์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ สูง ๑๒ โยชน์ บรรจุพระธาตุไว้

พระศาสนาของพระองค์ดำรงอยู่ ๑ แสนปี แล้วได้อันตรธานไป

 

พุทธพยากรณ์ ในกาลแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าปทุมุตตรพระองค์นี้

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลายได้เสด็จอุบัติเป็นเจ้าผู้ครองรัฐในพระนครนั้นมีนามว่าชฏิล มีทรัพย์สมบัติหลายร้อยโกฏิ ได้ถวายมหาทานแก่พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งมีพระพุทธเจ้าเป็นประธานตลอดไตรมาส ในเวลาออกพรรษาได้ถวายไตรจีวรอย่างดี ได้ถึงพระองค์พร้อมด้วยพระสงฆ์สาวกเป็นสรณะจนตลอดชีวิต ในเวลาสิ้นสุดแห่งการถวายมหาทาน พระพุทธองค์ทรงทำการอนุโมทนา แล้วได้พยากรณ์ว่าในแสนกัปแต่กัปนี้ไป เจ้าผู้ครองรัฐ ชื่อว่า ชฏิลนี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก

พระองค์ได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้วก็ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง เมื่อจะยังประโยชน์นั้นให้สำเร็จจึงได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศได้ยิ่งขึ้นไป พอสิ้นอายุขัยแล้วได้ไปบังเกิดในพรหมโลก

ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น

security code
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงด้านบน


busy
 
เรามี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Top

เข้าสู่ระบบ

Languages

     
พื้นที่โฆษณา
ลิขสิทธิ์ © 2008-2010. วัดปทุมธาราม (หนองบัว) ต.หนองบัว อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
แสดงผลได้สมบูรณ์บนความละเอียดหน้าจอ 1024 by 768 pixcels. ขึ้นไป
เว็บไซท์พระสอนศีลธรรมอำเภอเสิงสาง นครราชสีมา โทร 0833745590
#fc3424 #5835a1 #1975f2 #83a92c #8bb832 #1c2def