Home You are here: Home บทความน่าสนใจ 19.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระสิทธัตถพุทธเจ้า
ธันวาคม
27
2009
19.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระสิทธัตถพุทธเจ้า

ทรงเสด็จอุบัติในตระกูลกษัตริย์ ในพระนครเวภาระ

พระบรมกษัตริย์พระนามว่า อุเทน เป็นพระพุทธบิดา พระนางสุผัสสาราชเทวี เป็นพระพุทธมารดา

พระองค์ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ หลัง ชื่อโกกาส อุบล และโกกนุท

ทรงมีพระมเหสีพระนามว่า สุมนาเทวี ทรงมีพระโอรสพระนามว่า อนูปมะ

ทรงมีพระสมมนารีกำนัลใน ๔ หมื่น ๘ พันนาง

ทรงครองฆราวาสวิสัยอยู่ ๑ หมื่นปี

เสด็จออกผนวชด้วยพระราชยานคือ วอทอง ณ วีริยราชอุทยาน ในวันเพ็ญ เดือนอาสาฬหมาส

มีผู้บวชติดตาม ๑ แสนโกฏิ

ทรงทำความเพียรอยู่ ๑๐ เดือนจึงสำเร็จพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ควงไม้กรรณิการ์

พระองค์ทรงตรัสรู้แล้วประทับอยู่ที่ คยามฤคทายวัน ได้ทรงประกาศพระธรรมจักรอันยอดเยี่ยม

 

ทรงมีการตรัสรู้ธรรมครั้งใหญ่ ๓ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์ ๑ แสนโกฎิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปแสดงธรรมโปรดภิกษ์ ผู้ที่บวชตามพระองค์ และชนเหล่าอื่นอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย

ครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์ ๙๐ โกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปลั่นกลองอมฤตธรรมเภรี ในพระนครภีมรัฐ

ครั้งที่ ๓ได้มีแก่สตว์ ๙๐ โกฏิเมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปยังพระนครเวภาระ แล้วเสด็จไปในสมาคมพระประยูรญาติตรัสพุทธวงศ์โปรดพระประยูรญาติเหล่านั้น ทรงยังธรรมจักษุให้เกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย

 

ทรงมีการประชุมพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน ผู้สงบ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๑ มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๑ ร้อยโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปแสดงธรรมโปรดพระราชา ๒ พี่น้อง คือ พระเจ้าสมพล และพระเจ้าสุมิตต์ ผู้ครองพระนครอมร จนมีจิตศัรทธาเลื่อมใส แล้วออกผนวชในสำนักของพระองค์ครั้งแล้วทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ ในท่ามกลางแห่งพระสงฆ์สาวกขีณาสพเหล่านั้น

ครั้งที่ ๒ มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๙๐ โกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปแสดงธรรมโปรดชนทั้งหลาย ในสมาคมพระประยูรญาติ ณ เวภารนครอีกครั้งหนึ่ง แล้วทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ ท่ามกลางแห่งพระสงฆ์สาวกขีณาสพเหล่านั้น

ครั้งที่ ๓ มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๘๐ โกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ ในท่ามกลางแห่งพระสงฆ์สาวกขีณาสพเหล่านั้น ซึ่งมาประชุมกันที่ สุทัสสนารามวิหาร

 

พระองค์ทรงมีพระสมพลเถระ และพระปุสสเทพเถระ เป็นคู่พระอัครสาวกชั้นเลิศ

ทรงมีพระเรวัตเถระ เป็นพุทธปัฏฐาก

ทรงมีพระสีวลาเถรี และพระสุรามาเถรี เป็นคู่พระอัครสาวิกาชั้นเลิศ

ทรงมีสุปปิยบาสก และสัมพุทธอุบาสก เป็นคู่อัครอุบาสกชั้นเลิศ

ทรงมีรัมมาอุบาสิกา และสุรัมมาอุบาสิกา เป็นคู่อัครอุบาสิกาชั้นเลิศ

ทรงมีพระวรกายสูง ๖๐ ศอก ทรงงดงามดังรูปปฏิมาทองคำอันล้ำค่า

ทรงมีพระรัศมีสว่างไสว ไปในหมื่นโลกธาตุ ซึ่งแผ่ซ่านออกจากพระวรกายของพระองค์

ทรงมีพระชนมายุ ๑ แสนปี

เสด็จดับขันธปรินิพพานพร้อมด้วยพระสงฆ์สาวกขีณาสพทั้งหลายที่ อโนมารามวิหาร

พระสถูปของพระองค์สูง ๔ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ ณ อโนมารามวิหาร

พระศาสนาของพระองค์ดำรงอยู่ ๑ แสนปีแล้วได้อันตรธานไป

พุทธพยากรณ์ ในกาลแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะพระองค์นี้

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลายได้เสด็จอุบัติเป็นพราหมณ์มหาศาลนามว่า มงคล ในพระนครสุรเสน เป็นผู้คงแก่เรียน ทรงจำมนต์ รู้จบไตรเพท บริจาคทรัพย์สมบัติเป็นอันมากให้แก่ คนจน คนอนาถา คนกำพร้า วณิพก ยาจก และคนเดินทางเป็นต้น แล้วออกบวชเป็นชฎิล อยู่ในป่าใหญ่แห่งหนึ่ง เป็นผู้มีเดชรุ่งเรือง ยากที่ผู้อื่นจะข่มได้สำเร็จในอภิญญา มีฤทธานุภาพมาก ได้ทราบว่า พระสิทธัตถสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก จึงเข้าไปเฝ้าพระพุทธองค์ ถวายบังคมแล้วได้ฟังธรรมเทศนาของพระพุทธองค์ จึงมีจิตศรัทธาเลื่อมใส ได้ไปยังต้นหว้าใหญ่อันเป็นเครื่องหมายแห่งชามชมพูทวีป แล้วนำเอาผลหว้ามาถวายแก่พระสงฆ์สาวก ซึ่งมีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน ได้อาราธนาพระพุทธองค์พร้อมด้วยพระสงฆ์สาวกใ ห้ประทับอยู่ที่สุรเสนารามวิหาร แล้วถวายมหาทานด้วยผลหว้านั้นตลอด ๗ วัน ในเวลาเสร็จภัตกิจได้ถึงพระพุทธองค์เป็นสรณะ ในเวลาสิ้นสุดแห่งการถวายมหาทาน พระพุทธองค์ทรงทำการอนุโมทนาแล้วได้พยากรณ์ว่า ในอนาคตกาล มงคลชฎิลนี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก

พระองค์ได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว ก็ยังจิตใจเลื่อมใสอย่างยิ่ง เมื่อจะยังประโยชน์นั้นให้สำเร็จ จึงได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศให้ยิ่งขึ้นไป แล้วออกบวชในสำนักของพระพุทธองค์ ทรงเล่าเรียนพระสูตร พระวินัย อันเป็นนวังคสัตถุศาสน์ทุกอย่าง ยังพระศาสนาของพระชินเจ้าพระองค์นี้ให้งดงาม แล้วเป็นผู้ไม่ประมาท เจริญพรหมวิหารภาวนาแล้ว ได้ถึงความสำเร็จในอภิญญา มีฌานไม่เสื่อม พอสิ้นอายุขัยแล้วได้ไปบังเกิดในพรมโลก

ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น

security code
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงด้านบน


busy
 
เรามี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Top

เข้าสู่ระบบ

Languages

     
พื้นที่โฆษณา
ลิขสิทธิ์ © 2008-2010. วัดปทุมธาราม (หนองบัว) ต.หนองบัว อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
แสดงผลได้สมบูรณ์บนความละเอียดหน้าจอ 1024 by 768 pixcels. ขึ้นไป
เว็บไซท์พระสอนศีลธรรมอำเภอเสิงสาง นครราชสีมา โทร 0833745590
#fc3424 #5835a1 #1975f2 #83a92c #8bb832 #1c2def