Home You are here: Home บทความน่าสนใจ พระพทุธเจ้า 29 พระองค์ ความเข้าใจเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า
ธันวาคม
27
2009
ความเข้าใจเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า

เรื่องราวของพระพุทธเจ้านั้น คนส่วนใหญ่คิดว่ามีเพียงพระองค์เดียว คือพระสมณะโคดม หรือโคตมะ ( เจ้าชายสิทธัตถะ ) แต่หากเราได้ศึกษาคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาแล้วจะพบว่า ก่อนหน้านี้มีพระพุทธเจ้าถึง ๒๗ องค์ ที่ทรงอุบัติขึ้นมาเพื่อโปรดสัตว์โลก และพระสมณะโคดมเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๒๗ ซึ่งพระพุทธเจ้าทั้ง ๒๘ พระองค์มีพระนาม ดังต่อไปนี้

1.พระตัณหังกรพุทธเจ้า

2.พระเมธังกรพุทธเจ้า

3.พระสรณังกรพุทธเจ้า

4.พระทีปังกรพุทธเจ้า

5.พระโกณฑัญญะพุทธเจ้า

6.พระมงคลพุทธเจ้า

7.พระสุมนพุทธเจ้า

8.พระเรวัตพุทธเจ้า

9.พระโสภิตพุทธเจ้า

10.พระอโนมทัสสีพุทธเจ้า

11.พระปทุมพุทธเจ้า

12.พระนารถะพุทธเจ้า

13.พระปทุมตตระพุทธเจ้า

14.พระสุเมธพุทธเจ้า

15.พระสุชาตพุทธเจ้า

16.พระปิยทัสสีพุทธเจ้า

17.พระอัตถทัสสีพุทธเจ้า

18.พระธัมมทัสสีพุทธเจ้า

19.พระสิทธิธัตถะพุทธเจ้า

20.พระติสสะพุทธเจ้า

21.พระปุสสะพุทธเจ้า

22.พระวิปัสสีพุทธเจ้า

23.พระสิขีพุทธเจ้า

24.พระเวสสภูพุทธเจ้า

25.พระกกุสันธะพุทธเจ้า

26.พระโกนาคมนะพุทธเจ้า

27.พระกัสสปพุทธเจ้า

28.พระโคตรมะพุทธเจ้า

29.พระศรีอริยเมตไตรย

( ในปัจจุบัน“ พระศรีอริยเมตไตรย ” ยังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ ซึ่งจะมาอุบัติบนโลกมนุษย์ ภายหลังจาก สิ้นยุคของพระพุทธเจ้าโคตรมะแล้ว ( หลังปีพุทธศักราช ๕๐๐๐ )

ในสมัยโบราณจะกำหนดว่าเวลาในแต่ละกัป ( ระยะเวลาอันนานเหลือเกิน ) นั้น จะ

พระพุทธเจ้ามาอุบัติมากน้อยต่างกันไปซึ่งถ้ากัปใดไม่มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติเรียกกัปนั้นว่า

“สูญกัป” และจะเรียกชื่อแต่ละกัปตามจำนวนพระพุทธเจ้าที่ได้อุบัติขึ้นดังนี้

( ๑ )  ถ้ามีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ ๑ พระองค์ เรียกว่า สารกัป

( ๒ )  ถ้ามีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ ๒ พระองค์ เรียกว่า มัณฑกัป

( ๓ )  ถ้ามีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ ๓ พระองค์ เรียกว่า วรกัป

( ๔ )  ถ้ามีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ ๔ พระองค์ เรียกว่า สารมัณฑกัป

( ๕ )  ถ้ามีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ ๕ พระองค์ เรียกว่า ภัทรกัป

 

ในโลกยุคปัจจุบันที่เรามีชีวิตอยู่นี้ เรียกว่า “ภัทรกัป” แปลว่า “กัปเจริญ” ซึ่งในอดีตเมื่อนามมาแล้วมีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในภัทรกัปพระนามว่า “พระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสป” ซึ่งปัจจุบันมีพระพุทธเจ้าพระนามว่า “ พระโคตมะ” และในอนาคตจะมีพระพุทธเจ้ามาอุบัติอีก ๑ พระองค์ คือ “ พระศรีอริยเมตไตรย” ดังนั้น ในภัทรกัปจึงมีพระพุทธเจ้ามาอุบัติทั้งสิ้น ๕ พระองค์ และเมื่อสิ้นภัทรกัป หรือหลังยุคของพระศรีอริยเมตไตรยก็จะเข้าสู้กัปอื่น และจะมีพระพุทธเจ้าองค์อื่น ๆ มาอุบัติต่อไป หรืออาจจะไม่มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติ ก็เป็นได้ ซึ่งเรียกว่า “สูญกัป”

สารมัณฑกัป

กัปที่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ ๔ พระองค์

 

ภายหลังจากการบำเพ็ญพระบารมีในศาสนาของพระพุทธเจ้า ๑๒๕,๐๐๐ พระองค์ และ การบำเพ็ญพระบารมีในศาสนาของพระพุทธเจ้า ๓๘๗,๐๐๐ พระองค์ ได้ล่วงพ้นไปแล้ว

การบำเพ็ญพระบารมีก็มาถึง “ช่วงเวลาก่อน ๔ อสงไขย ๑๐๐,๐๐๐ มหากัป” และในช่วงเวลานั้น ได้มีกัปหนึ่ง ชื่อ “สารมัณฑกัป” ซึ่งมีความหมายว่า เป็นกัปที่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ ๔ พระองค์ ตามลำดับคือ

พระพุทธเจ้าตัณหังกร  ๑

พระพุทธเจ้าเมธังกร    ๑

พระพุทธเจ้าสรณังกร  ๑

 

และพระพุทธเจ้าปัจฉิมทีปังกร ๑ ( อดีตพระภิกษุ “ ปัจฉิมทีปังกรโพธิสัตว์ ” ผู้เที่ยวบิณฑบาตรหาน้ำมันเมล็ดพันธุ์ผักกาดมาจุดประทีปบูชา “ พระโปราณทีปังกรพุทธเจ้า” และได้รับพุทธพยากรณ์จากพระองค์ว่า จักได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้ามีพระนามว่า “ทีปังกร” เหมือนพระองค์ )

ความเห็น (1)Add Comment
0
...
written by susi, พฤศจิกายน 02, 2010
ได้รับความรู้ดี อยากให้นำเรื่องมาลงเยอะๆ

เขียนแสดงความเห็น

security code
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงด้านบน


busy
แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม 2009 เวลา 05:21 น.
 
เรามี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Top

เข้าสู่ระบบ

Languages

   

กระทู้ล่าสุด

อ่านต่อ...
 
พื้นที่โฆษณา
ลิขสิทธิ์ © 2008-2010. วัดปทุมธาราม (หนองบัว) ต.หนองบัว อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
แสดงผลได้สมบูรณ์บนความละเอียดหน้าจอ 1024 by 768 pixcels. ขึ้นไป
เว็บไซท์พระสอนศีลธรรมอำเภอเสิงสาง นครราชสีมา โทร 0833745590
#fc3424 #5835a1 #1975f2 #83a92c #8bb832 #1c2def