Home You are here: Home บทความน่าสนใจ พระพทุธเจ้า 29 พระองค์ 4.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระปัจฉิมทีปังกรพุทธเจ้า
ธันวาคม
27
2009
4.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระปัจฉิมทีปังกรพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าที่มาตรัสรู้เป็นพระองค์ที่ ๔ ใน สารมัณฑกัป


 

ภายหลังจากที่พระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้าสรณังกรได้อัตรธานสูญหายไปจนหมดสิ้นแล้ว  พระโพธิสัตว์ทรงพระนามว่า ปัจฉิมทีปังกร ( พระทีปังกรองค์หลัง )  นับตั้งแต่ที่พระองค์ได้รับพุทธพยากรณ์จาก พระโปราณทีปังกร ว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าโดยเที่ยงแท้แล้ว พระองค์ก็ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะสร้างสมพระบารมีมาตลอดเวลา ๑๖ อสงไขย ๑๐๐,๐๐๐ มหากัป จนในที่สุดพระองค์ก็ได้มาตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้าองค์ที่ ๔ เป็นลำดับ  ต่อจากพระองค์ที่ ๓ คือ พระสรณังกร ใน “สารมัณฑกัป” นี้

 

ทรงเสด็จอุบัติในตระกูลกษัตริย์ใน พระนครรัมมวดี

พระบรมกษัตริย์พระนามว่า สุเทพ เป็นพระพุทธบิดา พระนางสุเมธาราชเทวี เป็นพระพุทธมารดา

พระองค์ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ หลัง ชื่อ หังสา โกญจา และมยุรา

ทรงมีพระมเหสีพระนามว่า ปทุมาเทวี ทรงมีพระโอรสพระนามว่า อุสภขันธกุมาร

ทรงมีพระสนมนารีกำนัลใน ๓ แสนนาง ทรงครองฆราวาสวิสัยอยู่ ๑ หมื่นปี

เสด็จออกผนวชด้วย พระยาคชสารราชยาน มีผู้บวชติตตาม ๑ โกฏิ

ทรงทำความเพียรอยู่ ๑๐ เดือน จึงสำเร็จพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ควงไม้ปิปผลิ ( ไม้เลียบ )

 

พระองค์ครั้นตรัสรู้แล้วประทับอยู่ที่สุนันทารามวิหาร ได้ทรงประกาศพระธรรมจักรอันยอดเยี่ยม ทรงมีการตรัสรู้ธรรมครั้งใหญ่ ๆ ๓ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๑ ได้มีแก่ มนุษย์และเทพดา ๑ ร้องโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปแสดงธรรมโปรดภิกษุ ๑ โกฏิ ซึ่งบวชตามพระองค์และชนเหล่าอื่นอีกเป็นจำนวนมาก

ครั้งที่ ๒ ได้มีแก่มนุษย์และเทพดา ๙๐ โกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปแสดงธรรมโปรดพระโอรสของพระองค์พระนามว่า อุสภขันธกุมาร

ครั้งที่ ๓ ได้มีแก่เทพดา ๙ หมื่นโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์ทรงทำยมกปาฏิหาริย์ที่โคนต้นซึกใหญ่ ใกล้ประตูพระนคร รัมมวดี

ทรงมีการประชุมพระสงฆ์ สาวกขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน ผู้สงบ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๑ มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๑ แสนโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์ทรงประทับอยู่ที่ สุนันทารามวิหาร

ครั้งที่ ๒ มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๑ ร้อยโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์ทรงประทับอยู่บนยอดภูเขานารทกูฎ

ครั้งที่ ๓ มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๙ หมื่นโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์ทรงประทับอยู่บนยอดภูเขาสุทัสสนะ

พระองค์ทรงมี พระสุมงคลเถระ และพระติสสเถระ เป็นคู่พระอัครสาวกชั้นเลิศ

ทรงมีพระสาคตเถระ เป็นพุทธอุปัฏฐาก

ทรงมีสุนันทาเถรี และพระโสณาเถรี เป็นคู่พระอัครสาวิกาชั้นเลิศ

ทรงมีตปุสสอุบาสก และภัลลิกอุบาสก เป็นคู่อัครอุบาสกชั้นเลิศ

ทรงมีสิริมาอุบาสิกา และโสณาอาสิกา เป็นคู่อัครอุบาสิกาชั้นเลิศ

พระองค์ทรงมีพระวรกายสูง ๘๐ ศอก

ทรงมีพระชนมายุ ๑ แสนปี

เสด็จดับขันธปรินิพพาน พร้อมด้วยพระสงฆ์สาวกขีณาสพทั้งหลายที่ นันทารามวิหาร

พระสถูปของพระองค์สูง ๓๖ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ ณ นันทารามวิหาร

พระสถูปบรรจุ บาตร จีวร และบริขารอื่น ๆ ของพระองค์สูง ๓ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ที่ ควงไม้โพธิพฤกษ์

พระศาสนาของพระองค์ดำรงอยู่ ๑ แสนปี แล้วได้อันตรธานไป

 

พุทธพยากรณ์ ในกาลแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าทีปังกรพระองค์นี้

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลาย เสด็จอุบัติในพระนครรัมมวดี แล้วออกบวชเป็น ชฎิลดาบส มีนามว่าสุเมธ อาศัยอยู่ในป่า ได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วยอมสละชีวิตของตน ได้นอนทอดตนบนเปือกตม ทำเป็นสะพานถวายให้พระพุทธองค์พร้อมด้วยพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๔ แสนรูปเดินข้ามไป

พระพุทธองค์ได้ทรงพยากรณ์ว่า ในกัปอันหาประมาณมิได้นับแต่กัปนี้ไปในอนาคตกาล สุเมธดาบสนี้จักได้เป็นพระพุทธในโลก พระองค์ได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว ก็ยังจิตใจเลื่อมใสอย่างยิ่งเมื่อจะยังประโยชน์นั้นให้สำเร็จจึงได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศให้ยิ่งขึ้นไป  พอสิ้นอายุขัยแล้วได้ไปบังเกิดในพรหมโลก

ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น

security code
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงด้านบน


busy
 
เรามี 4 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Top

เข้าสู่ระบบ

Languages

   

กระทู้ล่าสุด

อ่านต่อ...
 
พื้นที่โฆษณา
ลิขสิทธิ์ © 2008-2010. วัดปทุมธาราม (หนองบัว) ต.หนองบัว อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
แสดงผลได้สมบูรณ์บนความละเอียดหน้าจอ 1024 by 768 pixcels. ขึ้นไป
เว็บไซท์พระสอนศีลธรรมอำเภอเสิงสาง นครราชสีมา โทร 0833745590
#fc3424 #5835a1 #1975f2 #83a92c #8bb832 #1c2def