Home You are here: Home บทความน่าสนใจ พระพทุธเจ้า 29 พระองค์ 9.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระโสภิตะพุทธเจ้า
ธันวาคม
27
2009
9.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระโสภิตะพุทธเจ้า

พระองค์ทรงมีพระอสมเถระ และพระสุเนตตเถระ เป็นคู่พระอัครสาวกชั้นเลิศ

ทรงเสด็จอุบัติในตระกูลกษัตริย์ ในพระนครสุธรรม

พระบรมกษัตริย์พระนามว่า สุธรรม เป็นพระพุทธบิดา พระนางสุธรรมาราชเทวีอัครมเหสี เป็นพระพุทธมารดา

พระองค์ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ หลัง ชื่อ โกมุท นฬินี และปทุม

ทรงมีพระมเหสีพระนามว่า มกิลาเทวี ทรงมีพระโอรสพระนามว่า สีหะ

ทรงมีพระสนมนารีกำนัลใน ๔ หมื่น  ๓ พันนาง ทรงครองฆราวาสวิสัยอยู่ ๘ พันปี

เสด็จออกผนวชด้วยพระประสาทราชยาน

ทรงทำความเพียรอยู่ ๗ วัน จึงสำเร็จพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ควงไม้นาค ( ต้นกากะทิง )

 

พระองค์ครั้นทรงตรัสรู้แล้วประทับอยู่ที่สุธรรมราชอุทยาน ใกล้สุธรรมนคร ทรงประกาศพระธรรมจักรอันยอดเยี่ยม ทรงมีการตรัสรู้ธรรมครั้งใหญ่ ๆ ๓ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์นับไม่ถ้วน เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปแสดงธรรมโปรดอสมราชกุมาร และสุเนตตกุมารซึ่งเป็นพระกนิฏฐภาดาต่างพระมารดาของพระองค์ พร้อมด้วยบริวารที่ สุธรรมราชอุทยาน

ครั้งที่ ๒ ได้แก่เทพดา ๙ หมื่นโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์ทรงทำยมกปาฏิหาริย์เพื่อย่ำยีความมัวเมา และมานะของพวกเดียร์ถีย์ ณ โคนตันจิตตปาฏลิ ใกล้ประตูสุทัสสนนคร แล้วเสด็จไปแสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดาในดาวดึงส์ภพ

ครั้งที่ ๓ ได้มีแก่มนุษย์และเทพดา ๑ พันโกฏิ เมื่อคราวที่พระชัยเสนราชกุมาร ในสุทัสสนนคร ถวายพระอารามแก่พระภิกษุสงฆ์ซึ่งมีพระพุทธเจ้าเป็นประธานที่นครนั้น

 

ทรงมีการประชุมพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน ผู้สงบ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๑ มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๑ ร้อยโกฏิเมื่อคราวที่พระเจ้าอุคคตะ ทรงสร้างสุนันทวิหารถวายแก่พระภิกษุสงฆ์ซึ่งมีพระพุทธเจ้าเป็นประธานที่สุนันทนคร

ครั้งที่ ๒ มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๙ หมื่นโกฏิ เมื่อคราวที่ประชาชนเมขนครสร้างธรรมคณารามวิหาร ถวายพร้อมด้วยเครื่องบริวารครบทุกอย่างที่เมขนคร

ครั้งที่ ๓ มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๘๐ โกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จเข้าจำพรรษาในดาวดึงส์ภพ แล้วเสด็จลงมาปวารณาพรรษาพร้อมกับ พระอรหันต์เหล่านั้นซึ่งได้มาประชุมกัน

ทรงมีพระอโนมเถระ เป็นพุทธปัฏฐาก

ทรงมีพระนกุลาเถรี และพระสุชาดาเถรี เป็นคู่พระอัครสาวิกาชั้นเลิศ

ทรงมีรัมมอุบาสก และสุเนตตอุบาสก เป็นคู่อัครอุบาสกชั้นเลิศ

ทรงมีนกุลาอุบาสิกา และจิตตาอุบาสิกา เป็นคู่อัครอุบาสิกาชั้นเลิศ

พระองค์ทรงมีพระวรกายสูง ๕๘ ศอก

ทรงมีพระรัศมีแผ่ซ่านออกจากพระวรกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ

ทรงมีพระชนมายุ ๙ หมื่นปี

เสด็จดับขันธปรินิพพานพร้อมด้วยพระสงฆ์สาวกขีณาสพทั้งหลายที่ สีหารามวิหาร

พระธาตุทั้งหลายของพระองค์ กระจัดกระจายเป็นส่วน ๆ ไปในประเทศนั้น ๆ

พระศาสนาของพระองค์ดำรงอยู่ ๙ หมื่นปี แล้วได้อันตรธานไป

 

พุทธพยากรณ์ ในกาลแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โสภิตพระองค์นี้

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลายได้เสด็จเป็นพราหมณ์มีนามว่า สุชาติ ในรัมมวดีนคร ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระองค์แล้ว ก็มีจิตศรัทธาเลื่อมใสได้ถวายมหาทานแก่พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งมีพระพุทธเจ้าเป็นประธานจนตลอดไตรมาส ได้ถึงพระองค์พร้อมด้วยพระสงฆ์สาวกเป็นสรณะตลอดชีวิต ในเวลาสิ้นสุดแห่งการถวายมหาทาน พระพุทธองค์ทรงทำการอนุโมทนาแล้วได้พยากรณ์ว่า ในกัปที่หาประมาณมิได้นับแต่กัปนี้ไป สุชาติพราหมณ์ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก

พระองค์ได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้วก็ยังจิตใจเลื่อมใสอย่างยิ่ง เมื่อจะยังประโยชน์นั้นให้สำเร็จ จึงได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศให้ยิ่งขึ้นไป พอสิ้นอายุขัยแล้วได้ไปบังเกิดในพรหมโลก

ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น

security code
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงด้านบน


busy
 
เรามี 4 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Top

เข้าสู่ระบบ

Languages

   

กระทู้ล่าสุด

อ่านต่อ...
 
พื้นที่โฆษณา
ลิขสิทธิ์ © 2008-2010. วัดปทุมธาราม (หนองบัว) ต.หนองบัว อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
แสดงผลได้สมบูรณ์บนความละเอียดหน้าจอ 1024 by 768 pixcels. ขึ้นไป
เว็บไซท์พระสอนศีลธรรมอำเภอเสิงสาง นครราชสีมา โทร 0833745590
#fc3424 #5835a1 #1975f2 #83a92c #8bb832 #1c2def