Home You are here: Home บทความน่าสนใจ พระพทุธเจ้า 29 พระองค์ 11.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระปทุมะพุทธเจ้า
ธันวาคม
27
2009
11.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระปทุมะพุทธเจ้า

เสด็จอุบัติในตระกูลกษัตริย์ ในพระนครจัมปกะ

พระบรมกษัตริย์พระนามว่า อสมราช เป็นพระพุทธบิดา พระนางอสมาราชเทวี เป็นพระพุทธมารดา

พระองค์ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ หลัง ชื่อนันทุตตระ วสุตตระ และ ยสุตตระ

ทรงมีพระมเหสีพระนามว่า อุตตราเทวี ทรงมีพระโอรสพระนามว่า รัมมะ

ทรงมีพระสนมนารีกำนัลใน ๓ หมื่น ๓ พันนาง  ทรงครองฆราวาสวิสัยอยู่ ๑ หมื่นปี

เสด็จออกผนวชด้วยพระราชรถเทียมมา มีผู้บวชติดตาม ๑ โกฏิ

ทรงทำความเพียรอยู่ ๘ เดือน จึงสำเร็จพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ควงไม้มหาโสณะ ( ต้นอ้อยช้างใหญ่ )

 

พระองค์ครั้งทรงตรัสรู้แล้วประทับอยู่ที่ ธนัญชัยราชอุทยานใกล้พระนครธัญญวดี ทรงประกาศพระธรรมจักรอันยอดเยี่ยม ทรงมีการตรัสรู้ธรรมครั้งใหญ่ ๆ ๓ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์ ๑ ร้อยโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปแสดงธรรมโปรดภิกษุผู้บวชตามพระองค์ และชนเหล่าอื่นอีกเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย

ครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์ ๙๐ โกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปแสดงธรรมโปรดสาลกุมาร และอุปสาลกุมารซึ่งเป็นพระกนิฏฐภาดาต่างพระมารดาของพระองค์

ครั้งที่ ๓ ได้มีแก่สัตว์ ๘๐ โกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปแสดงธรรมโปรดพระโอรสของพระองค์ พร้อมด้วยบริวารแล้วยังชนเหล่านั้นให้บวชในสำนักของพระองค์

 

ทรงมีการประชุมพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน ผู้สงบ ผู้คงที่  ๓ ครั้ง  คือ

ครั้งที่ ๑ มีรพสงฆ์สาวกขีณาสพ ๑ แสนโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปแสดงธรรมโปรดพระเจ้าสุภาวิตัตตะ พร้อมด้วยบริวาร  จนมีศรัทธาเลื่อมใสแล้วออกบวชในสำนักของพระองค์ ครั้นแล้วทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ในท่ามกลางแห่งพระสงฆ์สาวกขีณาสพเหล่านั้น

ครั้งที่ ๒ มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๓ แสนรูป เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จเข้าจำพรรษา ณ อุสภวดีแล้วทรงแสดงธรรมโปรดเหล่าชนในพระนครนั้น จนมีจิตศรัทธาเลื่อมใส แล้วออกบวชในสำนักของพระองค์

ครั้งที่ ๓ มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๒ แสนรูป เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จเข้าจำพรรษาในป่าใหญ่แห่งหนึ่งแล้ว แสดงธรรมโปรดพวกมนุษย์ที่พากันเข้าไปเฝ้าพระองค์ จนมีจิตศรัทธาเลื่อมใส แล้วออกบวชในสำนักของพระองค์ พอออกพรรษาก็ได้ปวารณาพร้อมกับพระสาวกขีณาสพเหล่านั้น

 

พระองค์ทรงมีพระสาลเถระ และพระอุปสาลเถระ เป็นคู่พระอัครสาวกชั้นเลิศ

ทรงมีพระวรุณเถระ เป็นพุทธอุปัฏฐาก

ทรงมีพระราธาเถรี และพระสุราธาเถรี เป็นคู่พระอัครสาวิกาชั้นเลิศ

ทรงมีสภิยอุบาสก และอสมอุบาสก เป็นคู่อัครอุบาสกชั้นเลิศ

ทรงมีรจิอุบาสิกา และนันทิมาราอุบาสิกา เป็นคู่อัครอุบาสิกาชั้นเลิศ

พระองค์ทรงมีพระวรกายสูง ๕๘ ศอก

ทรงมีพระรัศมีแผ่ซ่านออกจากพระวรกายของพระองค์ งามเปล่งปลั่งสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ  ไม่มีรัศมีอะไรเทียบได้

ทรงมีพระชนมายุ ๑ แสนปี

เสด็จดับขันธปรินิพพาน พร้อมด้วยพระสงฆ์สาวกขีณาสพทั้งหลายที่ ธรรมมารามวิหาร

พระธาตุทั้งหลายของพระองค์ แผ่กว้างขวาง กระจัดกระจายเป็นส่วน ๆ ไปในประเทศ

พระศาสนาของพระองค์ดำรงอยู่ ๖ หมื่นปีแล้วได้อัตรธานไป

 

พุทธพยากรณ์ ในกาลแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมะพระองค์นี้

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลายได้เสด็จอุบัติเป็น พระยาราชสีห์ เป็นใหญ่กว่าฝูงมฤคชาติทั้งหลาย อาศัยอยู่ในป่าใหญ่แห่งหนึ่ง ได้เห็นพระพุทธองค์ประทับนั่งเข้านิโรธสมาบัติ อยู่ในป่านั้น ๗ วัน มีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ถวายบังคมพระยุคลบาททั้งสองของพระพุทธองค์ด้วยเศียรเกล้า แล้วทำประทักษิณบันลือสีหนาทขึ้น ๓ ครั้ง ได้ยืนเฝ้าพระพุทธองค์อยู่ใกล้ๆ ไม่ยอมออกไปหาเยื่อ ยอมสละชีวิตของตนเพื่อบูชาพระพุทธองค์ อยู่ด้วยปีติสุขนั้นตลอด ๗ วัน พระพุทธองค์ทรงออกจากนิโรธสมาบัติแล้ว ได้เห็นพระยาราชสีห์ยืนเฝ้าอยู่อย่างนั้นจึงทรงดำริว่า ขอให้พระยาราชสีห์นี้จงยังจิตใจให้เลื่อมใสในพระสงฆ์สาวก พระยาราชสีห์เห็นพระสงฆ์สาวกแล้ว ก็ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง พระพุทธองค์ได้ทรงพยากรณ์ว่า ในอนาคตกาล พระยาราชสีห์นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก

พระองค์ได้ทรงสดับพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว ก็ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง เมื่อจะยังประโยชน์นั้นให้สำเร็จจึงได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศให้ยิ่งขึ้นไป พอสิ้นอายุขัยแล้วได้ไปบังเกิดในพรหมโลก

ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น

security code
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงด้านบน


busy
 
เรามี 4 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Top

เข้าสู่ระบบ

Languages

   

กระทู้ล่าสุด

อ่านต่อ...
 
พื้นที่โฆษณา
ลิขสิทธิ์ © 2008-2010. วัดปทุมธาราม (หนองบัว) ต.หนองบัว อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
แสดงผลได้สมบูรณ์บนความละเอียดหน้าจอ 1024 by 768 pixcels. ขึ้นไป
เว็บไซท์พระสอนศีลธรรมอำเภอเสิงสาง นครราชสีมา โทร 0833745590
#fc3424 #5835a1 #1975f2 #83a92c #8bb832 #1c2def