Home You are here: Home บทความน่าสนใจ พระพทุธเจ้า 29 พระองค์ 14.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระสุเมธพุทธเจ้า
ธันวาคม
27
2009
14.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระสุเมธพุทธเจ้า

ทรงเสด็จอุบัติในตระกูลกษัตริย์ ในพระนครสุทัศน์

พระบรมกษัตริย์พระนามว่า สุทัตต์ เป็นพระพุทธบิดา พระนางสุทัตตาราชเทวี เป็นพระพุทธมารดา

พระองค์ทรงมีประประสาทอันประเสริฐ ๓ หลัง ชื่อ สุจันทะ กัญจนะ และสิริวัฒน์

ทรงมีพระสนมนารีกำนัลใน ๔ หมื่น ๘ พันนาง

ทรงครองฆราวาสวิสัยอยู่ ๙ พันปี

ทรงเสด็จออกผนวชด้วย พระยาคชสารราชยาน มีผู้บวชติดตาม ๑ ร้อยโกฏิ

ทรงทำความเพียรอยู่ ๘ เดือน จึงสำเร็จพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ควงไม้พิมพุ ( ต้นสะเดา )

 

พระองค์ครั้นทรงตรัสรู้แล้วประทับอยู่ที่ สุทัสสนราชอุทยานใกล้พระนครสุทัศน์ ได้ทรงประกาศพระธรรมจักรอันยอดเยี่ยม ทรงมีการตรัสรู้ครั้งใหญ่ ๆ ๓ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์ ๑ แสนโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปแสดงธรรมโปรดภิกษุผู้ที่บวชตามพระองค์ สรณกุมารและสัพพกามีกุมาร ผู้เป็นพระกนิฏฐภาดาต่างพระมารดาของพระองค์ ในพระราชอุทยานนั้น

ครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์ ๙ หมื่นโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปโปรดยักษ์ที่ดุร้าย ซึ่งมีฤทธานุภาพมากอาศัยอยู่ที่ปากดงใหญ่แห่งหนึ่ง แล้วทรงยังธรรมจักษุให้เกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย

ครั้งที่ ๓ ได้มีแก่สัตว์ ๘ หมื่นโกฏิเมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปประกาศจตุราริยสัจ ณ สิรินันทราชอุทยาน ใกล้อุปการีนคร

 

ทรงมีการประชุมพระสงฆ์สาวกขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน ผู้สงบ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๑ มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๑ ร้อยโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปยัง สุทัสสนนคร

ครั้งที่ ๒  มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๙๐ โกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์ประทับอยู่ที่ ภูเขาเทวกูฏ

ครั้งที่ ๓ มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๘๐ โกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปยัง สุทัสสนนครอีกครั้งหนึ่ง

 

พระองค์ทรงมีพระสรณเถระ และพระสัพพกามีเถระ เป็นคู่พระอัครสาวกชั้นเลิศ

ทรงมีพระสาครเถระ เป็นพุทธอุปัฏฐาก

ทรงมีพระรามาเถรี และพระสุรามาเถรี เป็นคู่พระอัครสาวกชั้นเลิศ

ทรงมีอุรุเวลาอุบาสก และยสวาอุบาสก เป็นคู่อัครอุบาสกชั้นเลิศ

ทรงมียสาอุบาสิกา และสิริวาอุบาสิกา เป็นคู่อัครอุบาสิกาชั้นเลิศ

พระองค์ทรงมีพระวรกายสูง ๘๘ ศอก

ทรงมีพระรัศมีแผ่นซ่านออกจากพระวรกายสว่างไสวไปได้ ๑ โยชน์โดยรอบ

ทรงมีพระชนมายุ ๙ หมื่นปี

เสด็จดับขันธปรินิพพานพร้อมด้วยพระสงฆ์สาวกขีณาสพทั้งหลายที่ เมธารามวิหาร

พระธาตุทั้งหลายของพระองค์ ได้แผ่กว้างขวางกระจัดกระจายเป็นส่วน ๆ ไปในประเทศ

พระศาสนาของพระองค์ดำรงอยู่ ๙ หมื่นปี แล้วได้อันตรธานไป

 

พุทธพยากรณ์ ในกาลแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สุเมธพระองค์นี้

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลาย เสด็จอุบัติเป็นมาณพชื่อ อุดร ทรงเป็นยอดของคนทั้งปวงมีทรัพย์สมบัติที่เก็บสะสมไว้ในเรือน ๘๐ โกฏิ ได้ถวายมหาทานแก่พระสงฆ์สาวกทั้งหลาย ซึ่งมีพระพุทธเจ้าเป็นประธานแล้วฟังธรรมเทศนาของพระองค์ ก็มีจิตศรัทธาเลื่อมใสได้ถึงพระองค์พร้อมด้วยพระสงฆ์สาวกเป็นสรณะ ตั้งอยู่ในเบญจศีลแล้วได้ถวายมหาทานอีก ๗ วัน ในเวลาสิ้นสุดแห่งการถวายมหาทาน พระพุทธองค์ทรงทำการอนุโมทนาแล้ว ได้ทรงพยากรณ์ว่า ในอนาคตกาล อุตรมาณพนี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก

พระองค์ได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้น แล้วก็ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่งเมื่อจะยังประโยชน์นั้นให้สำเร็จ จึงได้อธิษฐานวัตร ในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศให้ยิ่งขึ้นไป ทรงมอบถวายทรัพย์สมบัติทั้งหมดแก่พระพุทธองค์ แล้วออกบวชในสำนักของพระพุทธองค์ ทรงเล่าเรียนพระสูตร พระวินัยอันเป็นวังคสัตถุศาสน์ทุกอย่าง ยังพระศาสนาของพระชินเจ้าพระองค์นั้นให้งดงาม แล้วเป็นผู้ไม่ประมาท ได้ถึงความสำเร็จในอภิญญาแล้ว มีฌานไม่เสื่อม พอสิ้นอายุขัยแล้วได้ไปบังเกิดในพรหมโลก

ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น

security code
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงด้านบน


busy
 
เรามี 3 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Top

เข้าสู่ระบบ

Languages

   

กระทู้ล่าสุด

อ่านต่อ...
 
พื้นที่โฆษณา
ลิขสิทธิ์ © 2008-2010. วัดปทุมธาราม (หนองบัว) ต.หนองบัว อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
แสดงผลได้สมบูรณ์บนความละเอียดหน้าจอ 1024 by 768 pixcels. ขึ้นไป
เว็บไซท์พระสอนศีลธรรมอำเภอเสิงสาง นครราชสีมา โทร 0833745590
#fc3424 #5835a1 #1975f2 #83a92c #8bb832 #1c2def