Home You are here: Home บทความน่าสนใจ พระพทุธเจ้า 29 พระองค์ 16.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระปิยทัสสีพุทธเจ้า
ธันวาคม
27
2009
16.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระปิยทัสสีพุทธเจ้า

ทรงเสด็จอุบัติในตระกูลกษัตริย์ ในพระนครธัญญวดี

พระบรมกษัตริย์พระนามว่า สุทัตต์ เป็นพระพุทธบิดา พระนางสุจันทาราชเทวี เป็นพระพุทธมารดา

พระองค์ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ หลัง ชื่อ สุนิมมละ วิมล และคิริคูหา

ทรงมีพระมเหสีพระนามว่า วิมลาเทวี ทรงมีพระโอรสพระนามว่า กาญจนเวฬะ

ทรงมีพระสนมนารีกำลังใน ๓ หมื่น ๓ พันนาง

ทรงครองฆราวาสวิสัยอยู่ ๙ พันปี

เสด็จออกผนวชด้วยราชรถเทียมม้า มีผู้บวชติดตาม ๑ โกฏิ

ทรงทำความเพียรอยู่ ๖ เดือนจึงสำเร็จพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ควงไม้กกุธะ ( ต้นกุ่ม )

 

พระองค์ครั้นทรงตรัสรู้แล้วประทับอยู่ที่ อุสภวดีราชอุทยาน ใกล้พระนครอุสภวดี ได้ทรงประกาศพระธรรมจักรอันยอดเยี่ยม ทรงมีการตรัสรู้ธรรมครั้งใหญ่ ๆ ๓ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์ ๑ แสนโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปแสดงธรรมโปรดภิกษุที่บวชตามพระองค์ และชนเหล่าอื่นอีกเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย

ครั้งที่ ๒ ได้มีแก่มนุษย์และเทพดา ๙ หมื่นโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปแสดงธรรมโปรด ท้าวสุทัสสนเทวราช   ผู้เป็นจอมเทพ ซึ่งเป็นมิจฉาทิฏฐิ จนเกิดความเลื่อมในศรัทธาแล้วตั้งอยู่ในสัมมาทิฏฐิ

ครั้งที่ ๓ ได้มีแก่สัตว์ ๘ หมื่นโกฏิเมื่อคราวที่พระองค์ร่วมกับ พระมหาปทุมราชกุมารให้ปล่อยไปเพื่อปลงพระชนม์พระองค์ในกุมุทนคร

 

ทรงมีการประชุมพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน ผู้สงบ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๑ มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๑ แสนโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จเที่ยวจาริกไปในสุมงคลนคร เพื่อแสดงธรรมโปรด ๒ สหายชื่อ ปาลิตกุมารซึ่งเป็นพระราชโอรสของพระราชา และสัพพทัสสีกุมารบุตรของปุโรหิต พร้อมด้วยบริวาร ทรงยังชนเหล่านั้นทั้งหมดให้บวช แล้วทรงแสดงโอวาทปฏิโมกข์ ในท่ามกลางแห่งพระสงฆ์สาวกขีณาสพเหล่านั้น

ครั้งที่ ๒ มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๙ หมื่นโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปแสดงธรรมโปรดมนุษย์และเทพดาทั้งหลาย ในสมาคมของท้าวสุทัสสนเทวราช ทรงยังมนุษย์ทั้งหลายให้บวช แล้วทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์

ครั้งที่ ๓ มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๘ หมื่นโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์ทรงฝึกพระยาช้างโทณมุขแล้วแสดงธรรมโปรดมหาชน จนมีจิตศรัทธาเลื่อมในออกบวช ในสำนักของพระองค์ ครั้นแล้วทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์

 

พระองค์ทรงมีพระปาลิตเถระ และพระสัพพทัสสีเถระ เป็นคู่พระอัครสาวกชั้นเลิศ

ทรงมีพระโสภิตเถระ เป็นพุทธอุปัฏฐาก

ทรงมีพระสุชาดาเถรี และพระธรรมทินนาเถรี เป็นคู่พระอัครสาวิกาชั้นเลิศ

ทรงมีสันทกอุบาสก และธรรมิกอุบาสก เป็นคู่อัครอุบาสกชั้นเลิศ

ทรงมีวิสาขาอุบาสิกา และธรรมทินนาอุบาสิกา เป็นคู่อัครอุบาสิกาชั้นเลิศ

พระองค์ทรงมีพระวรกายสูง ๘๐ ศอก

ทรงมีพระรัศมี หาผู้เสมอเหมือนมิได้แผ่ซ่านออกจากพระวรกายไปได้โดยรอบ ไม่มีประมาณ

ทรงมีพระชนมายุ ๙ หมื่นปี

เสด็จดับขันธปรินิพพานพร้อมด้วยพระสงฆ์สาวกขีณาสพทั้งหลายที่ อัสสัตถารามวิหาร

พระสถูปของพระองค์สูง ๓ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ ณ อัสสัตถาราม

พระศาสนาของพระองค์ดำรงอยู่ ๙ หมื่นปีแล้วได้อันตรธานไป

 

พุทธพยากรณ์ ในกาลแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ปิยทัสสีพระองค์นี้

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลายเสด็จอุบัติเป็นมาณพนามว่า กัสสป เป็นผู้คงแก่เรียนทรงจำมนต์ รู้จบไตรเทพ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ได้ฟังธรรมเทศนาของพระพุทธองค์มีจิตศรัทธาเลื่อมใส จึงบริจาคทรัพย์ ๑ แสนโกฏิ สร้างสังฆรามถวายแก่พระสงฆ์สาวก ซึ่งมีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน ครั้นแล้วมีใจยินดีโสมนัส ได้ถึงพระองค์เป็นที่พึ่ง ตั้งอยู่ในไตรสรณคมน์ และเบญจศีลอย่างมั่นคง ในเวลาสิ้นสุดแห่งการถวายสังฆาราม พระพุทธองค์ทรงทำการอนุโมทนาแล้วได้ทรงพยากรณ์ว่า ในอนาคตกาลกัสสปมาณพนี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก

พระองค์ได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว ก็ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง เมื่อจะยังประโยชน์นั้นให้สำเร็จ จึงได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศให้ยิ่งขึ้นไป พอสิ้นอายุขัยแล้วได้ไปบังเกิดในพรหมโลก

ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น

security code
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงด้านบน


busy
 
เรามี 3 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Top

เข้าสู่ระบบ

Languages

   

กระทู้ล่าสุด

อ่านต่อ...
 
พื้นที่โฆษณา
ลิขสิทธิ์ © 2008-2010. วัดปทุมธาราม (หนองบัว) ต.หนองบัว อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
แสดงผลได้สมบูรณ์บนความละเอียดหน้าจอ 1024 by 768 pixcels. ขึ้นไป
เว็บไซท์พระสอนศีลธรรมอำเภอเสิงสาง นครราชสีมา โทร 0833745590
#fc3424 #5835a1 #1975f2 #83a92c #8bb832 #1c2def