Home You are here: Home บทความน่าสนใจ พระพทุธเจ้า 29 พระองค์ 27.พระพุทธเจ้าพระนามว่า พระกัสสปะพุทธเจ้า
ธันวาคม
27
2009
27.พระพุทธเจ้าพระนามว่า พระกัสสปะพุทธเจ้า

เสด็จอุบัติในตระกูลพราหมณ์ ในพระนครพาราณสี  พราหมณ์นามว่าพรหมทัต เป็นพระพุทธบิดา นางธนวดีพราหมณี เป็นพระพุทธมารดา พระองค์ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ หลัง ชื่อหังสะ ยสะ และสิริจันทะ ทรงมีพระมเหสีพระนามว่า สุนันทาพราหมณี ทรงมีพระโอสรพระนามว่า วิชิตเสนทรงมีนางสนมนารีกำนัลใน ๔ หมื่น ๘ พันนาง                                                                                                                       ทรงครองฆราวาสวิสัยอยู่ ๒ พันปี เสด็จออกผนวชด้วย ปราสาทราชยาน มีผู้บวชติดตามเป็นจำนวนมาก ทรงทำความเพียรอยู่ ๗ วัน จึงสำเร็จพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ควงไม้นิโครธ ( ต้นไทร )พระองค์ครั้นทรงตรัสรู้แล้ว ประทับอยู่ที่โคนโพธิพฤกษ์นั้น ได้ทรงประกาศพระธรรมจักรอันยอดเยี่ยมที่ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้พาราณสีนคร ทรงมีการตรัสรู้ธรรมครั้งที่สำคัญๆ คือ                                                  ครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์ ๒ หมื่นโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จเที่ยวไปแสดงธรรมโปรดภิกษุที่บวชตามพระองค์ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน                                                                                                    ครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์ ๑ หมื่นโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จเที่ยวจาริกไปแสดงโปรดมหาชนในชนบทต่าง ๆ      ครั้งที่ ๓ ได้มีแก่สัตว์ ๕ พันโกฏิ เมื่อคราวที่พระองค์ทรงทำยมกปาฏิหาริย์เพื่อย่ำยีความมัวเมา และมานะของพวกเดียรถีย์ ณ โคนต้นประดู่ใกล้ประตูสุนทรนคร เมื่อคราวที่พระองค์ทรงทำยมกปาฏิหาริย์แล้ว ประทับนั่ง ณ เทวสภา ชื่อ สุธรรมา ในดาวดึงสภพ ทรงแสดงพระอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา และเทพยดา ๓ พันโกฎิ อีกครั้งหนึ่งเมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปแสดงธรรมโปรดนรเทพยักษ์ การตรัสรู้ธรรมได้มีแก่สัตว์นับจำนวนมิได้

ทรงมีการประชุมพระสงฆ์พระสาวกขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน ผู้สงบ ผู้คงที่ ครั้งเดียวเท่านั้น มีพระสงฆ์สาวกขีณาสพ ๒ หมื่นรูป เมื่อคราวที่ติสสะบุตรของปุโรหิตในพระนครพาราณสี พร้อมด้วยบริวารมาทูลขอบวช ในสำนักของพระองค์ แล้วบำเพ็ญเพียร จนบรรลุพระอรหัตทุกรูป ลำดับนั้นพระองค์ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ แก่พระสงฆ์สาวกขีณาสพเหล่านั้น ในวันเพ็ญเดือนมาฆมาส

พระองค์ทรงมีพระติสสเถระ และพระภารทวาชเถระ เป็นคู่พระอัครสาวกชั้นเลิศ ทรงมีพระสัพพมิตรเถระ เป็นพุทธอุปัฏฐากทรงมีพระอนุลาเถรี และพระอุรุเวลาเถรี เป็นคู่พระอัครสาวิกาชั้นเลิศ ทรงมีสุมงคลอุบาสก และฆฏิการอุบาสก เป็นคู่อัครอุบาสกชั้นเลิศ ทรงมีวิชิตเสนาอุบาสิกา และภัททาอุบาสิกา เป็นคู่อัครอุบาสิกาชั้นเลิศพระองค์ทรงมีพระวรกายสูง ๒๐ ศอก ทรงมีพระรัศมีแผ่ซ่านออกจากพระวรกาย สว่างไสว เหมือนกับพระจันทร์ทรงกลดทรงมีพระชนมายุ ๒ หมื่นปี เสด็จดับขันธปรินิพาน พร้อมด้วยพระสงฆ์สาวกขีณาสพทั้งหลายที่ เสตัพยารามวิหารพระสถูปของพระองค์สูง ๑ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ ณ เสตัพยารามวิหาร พระศาสนาของพระองค์ดำรงอยู่ ๒ หมื่นปี แล้วได้อันตรธานไป

พุทธพยากรณ์ ในกาลแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า กัสสปพระองค์นี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลาย ได้เสด็จอุบัติเป็นมาณพชื่อ โชติปาล ในพระนครพาราณสี ซึ่งมีพระเจ้ากิกีเป็นบรมกษัตริย์ เป็นผู้มีชื่อเสียงในการทำนายลักษณะต่าง ๆ มีลักษณะพื้นดิน และอากาศเป็นต้น เป็นสหายกับฆฏิการอุบาสก ได้ฟังธรรมกถาในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วมีจิตเลื่อมใสจึงทูลขอบวชในสำนักของพระองค์ ครั้นบวชแล้วก็ปรารภความเพียร เล่าเรียนพระไตรปิฏก เป็นผู้หมดจดงดงามด้วยการปฏิบัติข้อวัตรใหญ่น้อยทั้งปวง  พระพุทธองค์ได้ทรงเห็นความอัศจรรย์นั้นแล้วไ ด้ทรงพยากรณ์ว่า ในอนาคตกาล ในภัทรกัปนี้แล โชติปาลภิกษุนี้ จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก

พระองค์ได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว ก็ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง เมื่อจะยังประโยชน์นั้นให้สำเร็จ จึงได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศให้ยิ่งขึ้นไป ทรงทำกิจที่บุคคลอื่นทำได้ยากทุกอย่าง เพราะเหตุแห่งพระโพธิญาณอย่างเดียว ทรงยังพระศาสนาของพระชินเจ้าพระองค์นี้ให้งดงามแล้ว ทรงเป็นผู้ไม่ประมาท เจริญพรหมวิหารภาวนา จนได้สำเร็จอภิญญา มีฌานไม่เลื่อม พอสิ้นอายุขัย ก็ได้ไปบังเกิดในพรหมโลก

ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น

security code
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงด้านบน


busy
 
เรามี 4 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Top

เข้าสู่ระบบ

Languages

     
พื้นที่โฆษณา
ลิขสิทธิ์ © 2008-2010. วัดปทุมธาราม (หนองบัว) ต.หนองบัว อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
แสดงผลได้สมบูรณ์บนความละเอียดหน้าจอ 1024 by 768 pixcels. ขึ้นไป
เว็บไซท์พระสอนศีลธรรมอำเภอเสิงสาง นครราชสีมา โทร 0833745590
#fc3424 #5835a1 #1975f2 #83a92c #8bb832 #1c2def