| silapong |
| เรื่องเล่าสู่กันฟัง ฉบับที่ 1 |
| 2009.12.22 08:45:14 | |
|
เรื่อง เล่าสู่กันฟังจากเรื่องราวที่เป็นจริงจากผู้มีจิตศรัทธาในตัวหลวงปู่นะและ ลูกศิษย์ที่ประสบพบเจอ ปาฏิหาริย์ต่างๆที่รวบรวมมาให้ผู้ที่ศรัทธาในหลวงปู่นะได้อ่านได้ชม ประจำเดือน มิถุนายน ๒๕๕๑ หลวง ปู่นะท่านเป็นพระเกจิอาจารย์อีกองค์หนึ่งที่มีชื่อเสียงติดทำเนียบพระเกจิ ของไทยท่านได้รับกิจนิมนต์ ให้เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกในพิธีใหญ่ๆเสมอไม่ว่าจะเป็นที่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดบวรนิเวศวิหาร วัดสุทัศน์เทพวนาราม วัดพระเชตุพนต์เป็นต้นเนื่องจากกิตติศัพท์ของความเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง แล้วหลวงปู่ ทรงเป็นนักพัฒนาที่เยี่ยมอีกด้วยวัตถุมงคลต่างๆที่หลวงปู่ท่านได้สร้างขึ้น มาตั้งแต่ยุคแรกๆจวบจนถึงปัจจุบันนี้มี เรื่องเล่าเกี่ยวกับประสบการต่างเกี่ยวกับเครื่องรางของขลังที่หลวงปู่ ท่านได้ทำไว้ให้ลูกศิษย์ลูกหาไว้ใช้เพื่อป้องกันอัน
ตรายต่างๆนั่น ยุคแรกๆนั่นที่มีความดังและมีชื่อเสียงก็คือพระบัวไขว้พิมพ์ประภามณฑลที่ หลวงปู่นะท่านได้ สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.๒๕๑๒จากแบบเดิมตามตำหรับตำราหลวงปู่ศุขวัดปาก คลองมะขามเฒ่า พระบัวไขว้ นี้จะเด่นในทางแคล้วคาดและกันพวกอสรพิษต่างๆดังที่มีญาติโยมที่เคยมี ประสบการณ์พบเจอมาเคยเล่าว่า เมื่อเดือนตุลาคมปีพ.ศ.๒๕๔๗ที่ผ่านมาตนได้นำครอบครัวไปเที่ยวที่จังหวัดตาก (โยมผู้นี้อยู่ในกรุงเทพฯ)ครอบ ครัวทุกคนจะมีเหรียญพระบัวไขว้หลังป.ชัยกิจสร้างเมื่อพ.ศ.๒๕๒๙ที่ได้รับแจก จากหลวงปู่นะได้ประสบอุบัติ เหตุตกลงไปในเหวทางจะเข้าเขื่อนภูมิพล รถยนต์ที่ขับมาพังยับเยิน ใครๆก็นึกว่าคนในรถต้องตายกันหมด ปรากฏว่าในรถมีทั้งหมด๔คน มีเพียงแค่คนเดียวที่สลบฟกช้ำดำเขียวเท่านั้นเหมือนกับปาฎิหาริย์ทุกคนได้ รับการ ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลหมอทำแผลเล็กๆน้อยๆทุกคนก็กลับบ้านได้ เรื่องนี้ เป็นข่าวใหญ่ของหนังสือพิมพ์ ท้องถิ่นในภาคเหนือ เมื่อครอบครัวนี้หายดีกันแล้วจึงได้พากันมากราบนมัสการหลวงปู่นะและกราบ เรียนเรื่อง ราวต่างๆให้หลวงปู่ท่านทราบท่านก็ยิ้มๆไม่กล่าวอะไรเหตุการณ์นี้นับว่าเป็น ปาฎิหาริย์จริงๆมิได้คิดจะโปรโหมด ของแต่อย่างใดเพราะวัตถุมงคลรุ่นนี้ได้หมดไปจากวัดแล้ว อตมาก็เคยถามหลวง ปู่เหมือนกันว่าหลวงปู่ครับวัตถุ มงคลแต่ละรุ่นมันดีเหมือนกันไหมครับ หลวงปู่ท่านก็บอกว่าทำไมจะไม่เหมือนกันหล่ะก็ใครเป็นคนปลุกเสกหล่ะ คาถาที่เสกก็บทเดียวกันแล้วจะไม่เหมือนกันได้ไง หลวงปู่ท่านยังบอกอีกว่า ยิ่งแก่ยิ่งขลังพูดติดอมยิ้มนิดๆ อนุ ภาพแห่งความขลังยังมีให้ญาติโยมได้ฟังกันต่อเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ปาฏิหาริย์เหมือนกันคือ เรื่องต่อไปนี้อตมาได้พบเจอกับตาและญาติยมชาวบ้านหนองบัวอีกมากมายเรื่องมี อยู่ว่าเมื่อประมาณปลาย เดือนมีนาคมพ.ศ.๒๕๕๑นี่เองมีลูกศิษย์หลวงปู่นะท่านหนึ่งท่านเป็นคนเก่าคนแก่ ของวัดหนองบัวและเป็น อาจารย์สอนที่วัดหนองบัวมาตั้งแต่เริ่มเปิดใหม่ๆอาจารย์ท่านนี้ชื่อว่า อาจารย์ประเสริฐตอนนี้แกอายุราวๆ๘๐ กว่าๆจะได้อาจารย์ผู้นี่ได้ป่วยเป็นโรคปอดและได้เข้าโรงพยาบาลที่จังหวัด อุทัยรักษาตัวอยู่จนอาการทรุดหนัก ถึงครั้นช็อกหลายครั้งเพราะหายใจไม่ออกจนแพทย์ต้องปั๊มหัวใจและให้อ๊อกซิเจน อาการก็ไม่ดีขึ้นพวกลูกๆก็มา บอกหลวงปู่นะท่านก็รีบไปที่โรงพยาบาลอุทัยธานีเพื่อไปดูอาการของอาจารย์ผู้ นี้พอไปถึงอตมาก็รีบพาหลวงปู่ ท่านขึ้นไปตึกผู้ป่วยชายบรรดาพวกชาวบ้านที่เป็นลูกศิษย์ลูกหาอาจารย์ ประเสริฐก็มากันมากมายเพื่อมาดูอา การของโยมเขาลูกๆของโยมก็มาปรึกษาหลวงปู่ว่าจะเอาไงดีเพราะอาการของพ่อไม่ดี แล้วหมอบอกว่ารอดยาก เพราะสภาวะของปอดไม่ทำงานจะให้ถอดสายดีไหมให้หลวงปู่ท่านเลือกหลวงปู่ท่าน จึงบอกว่าให้โยมพาไปที่ เตียงของผู้ป่วยทีพอถึงพวกลูกๆก็บอกโยมเขาว่าพ่อๆหลวงปู่มาเยี่ยมแต่ยมนั้น ก็ไม่มีสติรับรู้อะไรหลวงปู่ท่านก ็เข้าไปไกล้ๆจับมือโยมแล้วเรียกว่า“เสริฐนี่กูหลวงปู่นะน่ะกูยังไม่ให้มึงตายหลอก”เสร็จแล้วหลวงปู่ท่านก็คำนวณ ฤกษยามแล้วพูดกับบรรดาลูกหลานของโยมที่ป่วยว่าอีก๓–๔วันมันก็ลุกนั่งได้แล้วเสร็จแล้วหลวงปู่ท่านก็จับตรง หน้าอกของโยมที่ป่วยซักครู่หนึ่งก็ยกออกมาแล้วบอกว่า”เอ้อมันไม่เป็นไรแล้วกูก็จะลาพวกมึงกับวัดล่ะอีก๓-๔ วันมันก็รุกได้แล้ว”เสร็จ แล้วหลวงปู่ท่านก็บอกกับอตมาให้พาท่านกับวัดพอมาอีกวันหนึ่งมียมมาบอกว่าตอน หลวงปู่กับเสร็จโยมที่ป่วยอยู่ก็เริ่มมีอาการขยับตัวมั่งและผ่านไปได้๓–๔วันไปแล้วอาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ ปัจจุบันก็ออกจากโรงพยาบาลกลับมาอยู่บ้านตามปกติแล้ว มี เรื่องเล่าจากศิษย์ที่มาวัดเป็นประจำโยมผู้นี้ชื่อว่าเฮียกุ่ยมีชื่อจริงๆ ว่าหาญแซ่ชื้อเป็นคนกรุงเทพฯ แต่ออกมาทำงานที่อุทัยธานีตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มแล้วสมัยก่อนโยมกุ่ยแกบอกว่า แกเร่ขายมะนาวอยู่แถวเขตอุทัย และจังหวัดไกล้เคียงแต่ขายไม่ค่อยจะดีเลยมีเพื่อนของเฮียกุ่ยมาบอกว่าปะ เดียวไปหาหลวงปู่นะกันที่วัดหนอง บัวในอำเภอวัดสิงห์นี่เอง(ตอนนั้นโยมกุ่ยยังไม่รู้จักหลวงปู่นะแต่แกจะ นับถือและเคารพในหลวงปู่ศุขมาก) เฮียกุ่ยก็ตามเพื่อคนนั้นมาวัดหนองบัวพอดีโอกาสเหมาะที่หลวงปู่ท่านอยู่วัด พอดีเฮียกุ่ยก็เข้าไปกราบนมัสการ หลวงปู่แล้วบอกหลวงปู่ว่า“หลวงปู่ผมขายของไม่ค่อยดีเลยจะทำไงดีครับ”หลวงปู่นะท่านก็มองหน้าของโยมกุ่ย แล้วถามว่า“มึงขายอะไร”เฮียกุ่ยก็บอกว่า“ผมขายมะนาวครับหลวงปู่แต่ขายไม่ดีเลยวันๆขายได้ไม่เท่าไหร่หรอก ครับหลวงปู่ท่านจึงพูดว่า“เอ้อมึงหมั่นมาหากูนะ”เฮีย กุ่ยเล่าว่าตอนนั้นโยมแกยังยากจนลำบากมากจริงๆไม่มีอะ ไรเลยตั้งแต่ไปกราบหลวงปู่หลวงปู่ท่านบอกให้ไปหาบ่อยๆผมก็มาวัดหนองบัวนี้๓๐ ปีได้แล้วนะที่ผมไปหา หลวงปู่ก็เพราะว่าหลวงปู่ท่านช่วยผมกลับบ้านเมื่อไหร่ขายของดีตลอดจนกระทั่ง ผมเริ่มตั้งตัวได้และมีเงินมี ทองมีรถมีบ้านก็เพราะบารมีของหลวงปู่ท่านนี่แหละผมมาหาหลวงปู่นะจนผมรวยนี่ แหละครับเล่าไปมัน เหมือนนิยายจริงๆโยมกุ่ยแกยังมีเรื่องเล่าอีกอย่างหนึ่งให้ฟังว่าวันหนึ่ง กระผมไปให้เลือดที่โรงพยาบาลพอกลับ มาถึงบ้านก็เกิดอาการลมสว่านจากหน้าอกตีขึ้นทางปากกระผมล้มผางคาชามข้าวเลย เลือดทะลักออกจากปาก โดยไม่ทราบสาเหตุพี่น้องต่างตกใจกลัวผมจะตายต่างร้องบอกกันว่า“เร็ว”ช่วยกันหามส่งโรงพยาบาลทีจะเป็น อะไรหนักหนาก็ขอให้ไปเป็นที่โรงพยาบาล!พอ ถึงโรงพยาบาลหมอสั่งให้เอาผมเข้าห้องไอซียูทันทีระหว่างนั้นเอง พี่น้องที่รู้ข่าวก็ได้เข้าไปหาหลวงปูที่วัดแล้วบอกหลวงปู่ว่าหลวงปู่ครับ โยมกุ่ยเข้าโรงพยาบาลอาการหนักมาก เลือดไหลทะลักออกจากปากด้วยครับหลวงปู่ช่วยด้วยเถอะครับหลวงปู่นะบอก“เอ้อรอเดี๋ยว”ท่าน ลุกขึ้นห่มผ้าผ้า ครองจีวรแล้วตามญาติของเฮียกุ่ยไปขอเข้าเยี่ยมเฮียกุ่ยที่โรงพยาบาลทันที เมื่อหลวงปู่นะไปถึงกระผมก็อาการ เริ่มดีขึ้นมากหลวงปู่นะพูดกับผมว่า“เอ็งยังไม่เป็นอะไรหรอกเอ็งยังไม่ตายเอ็งทำบุญไว้เยอะแต่ตอนนี้มันตก วิบากกรรมอีก4วันเอ็งก็หมดวิบากกรรมแล้วถึงตอนนั้นเอ็งจะหายดีกลับบ้านได้”พอครบ4วัน ผมก็ออกจาโรง พยาบาลได้จริงๆตามที่หลวงปูนะบอกแต่ที่ดีใจมากคือพอกลับถึงบ้านปรากฏว่าหลวง ปู่ท่านนั่งรอผมอยู่ที่บ้าน อย่างไม่คาดฝันผมเลยตรงเข้าไปกราบหลวงปู่ด้วยความดีใจแล้วหลวงปู่ท่านก็ หัวเราะเสียงดังพร้อมกับพูดว่า “กูบอกมึงแล้วเห็นมั๊ยว่ามึงจะหมดวิบากกรรมวันนี้มึงจะกลับบ้านได้แล้วมึงก็กลับบ้านได้จริงๆต่อไปนี้มึงดีแล้ว ”กระผม ยังจำภาพเหตุการณ์วันนั้นได้เป็นเหตุการณ์ที่ผมประทับใจที่สุดในชีวิตของผม เลยที่หลวงปู่ท่านทรงให้ ความกรุณามาเยี่ยมและรอผมที่บ้านครับปัจจุบันลูกชายของเฮียกุ่ยก็ได้บวชและ ดูแลหลวงปู่ท่านบวชได้ย่างเข้า พรรษาที่๕แล้วครับ เรื่อง ที่ได้กล่าวมานี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเป็นเรื่องเกี่ยวกับความมีเมตตา ของหลวงปู่ท่านที่ท่านมีเมตตา ต่อศิษยานุศิษย์ทุกคนแต่เนื่องปัจจุบันหลวงปู่ท่านมีความชราภาพมากแล้วอาจจะ รับลูกศิษย์ลูกหาที่มานมัส การท่านไม่ทั่วถึงแต่อย่างไรก็ตามหลวงปู่ท่านเคยบอกกับศิษย์ที่มาเยี่ยมและ อตมาเองว่าใครที่ได้มาเหยียบวัด หนองบัวแล้วดวงร้ายก็จะกลายเป็นดวงดีแค่พวกมึงคิดถึงกูมาหากูพวกมึงก็ดวงดี แล้วถ้อยคำเหล่านี้ถ้าใครเคย มากราบหลวงปู่ท่านคงจะเคยได้ยินมามั่งแล้วหลวงปู่ท่านจะทรงสอนศิษย์ทุกคนที่ มากราบท่านว่า“บุคคล ใด เป็นคนดีบุคคลนั้นเป็นคนที่ดีประเสริฐอยู่แล้วแต่บุคคลใดไม่รู้ดีรู้ชั่ว บุคคลนั้นเป็นคนชั่วที่คบไม่ได้แต่บุคคลใด ที่รู้ดีรู้ชั่วหมดแล้วๆล่ะความชั่วทั้งหลายประพฤติปฏิบัติแต่ความดีบุคคล ผู้นั้นแหละเป็นบุคคลที่ดีเลิศประเสริฐ ศรีกว่าบุคคลทั้งปวงให้มีศิลสมาธิปัญญาแค่นี้เราก็จะดำเนินชีวิตอยู่ได้โดย ไม่ต้องกลัวว่าจะมีอันตรายใดๆจะ มาทำลายทำร้ายเราได้”นี่ เป็นคำกล่าวที่หลวงปู่ท่านใช้สอนญาติยมที่มากราบท่านอยู่เป็นประจำแล้วอีกอ ย่าง หนึ่งที่อตมาได้ยินบ่อยๆที่หลวงปู่ใช้สอนญาติยมอตมาว่าเป็นคำที่ดีและอตมาก็ นำมาใช้อยู่ในปัจจุบันคือ“ความ อดทนเป็นยาปิดแผลแห่งความเสียใจผู้ใดมีความอดทนแล้วนั้นเป็นผู้ที่เจริญแล้ว เพราะเมื่อเรามีความอดทนก็ จะช่วยให้เราไม่ตกไปอยู่ในที่ต่ำจิตใจของเราก็จะแข็งแกร่งเมื่อใดที่เจอกับ ปัญหาที่ยากเราก็ผ่านช่วงนั้นด้วย ความไม่ยาก”สิ่ง ที่อตมาพูดเหล่านี่เป็นคำสอนของหลวงปู่นะท่านญาติยมคนไหนที่ได้อ่านแล้วถ้า นำไปใช้ปฎิบัติ ได้อตมาก็ขอให้เจริญๆยิ่งๆขึ้น ไปปราถนาสิ่งใดก็ขอให้ได้สิ่งนั้นทุกประการเทิอด. ก็ คงจะพักเรื่องเล่าในเดือนนี้ไว้เท่านี้ก่อนเดือนหน้าอตมาก็จะมีเรื่องเล่า ใหม่ๆมาให้ญาติโยมที่ศรัทธา ในหลวงปูนะได้อ่านได้ชมกันใหม่ในเดือนหน้า เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ พระ ศิลาพงษ์ ฐานิสฺสโร ผู้เขียนบทความ Tags: เรื่องเล่าสู่กันฟัง ฉบับที่ 1
|



