| silapong |
| เรื่องเล่าสู่กันฟัง ฉบับ 2 |
| 2009.12.22 08:46:03 | |
|
ก่อน จะเริ่มอ่านบทความกัน อตมาก็ต้องพูดถึงหลวงปู่นะท่านซะหน่อย หลวงปู่นะท่านตอนนี้อายุของท่านก็ ๙๒ ย่าง ๙๓ แล้วสุขภาพโดยทั่วไปของหลวงปู่ตอนนี้ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะท่านจะเหนื่อย ง่ายเวลาพูดกับญาติโยมนานๆแล้วท่านก็จะเหนื่อย หลวงปู่ท่านก็จะบอกกับอตมาว่ามันเป็นงี้แหละสังขารคนเรามันต้องร่วงรวยไปตาม เวลาไม่มีใครหนีจากกองสังขารได้หรอก มันต้องเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา อยู่ที่ใครทำบุญเอาไว้เท่าไหร่ขึ้นอยู่กับบุพกรรมของแต่ละคน ว่าทำมาอย่างไรในอดีตกาล แล้วหลวงปู่ท่านบอกกับอตมาว่า ท่านยังมีเวลาอีกนานหมั่นทำกุศลผลบุญไว้เยอะๆบุญกุศลที่ทำไปมันไม่ไปไหนหรอก เดียวมันก็มาหาท่านเองหมั่นทำมันก็มาบ่อย ไม่ทำมันก็ไม่มี หลวงปู่ท่านได้ปรารภให้กับอตมาฟัง
มา ถึงเรื่องเล่ากันมั่งฉบับนี้ช้าหน่อยกว่าจะเรียบเรียงและมีเวลาพิมพ์ให้ญาติ โยมอ่านกันเพราะไปเข้าป่ามาและใกล้ช่วงเข้าพรรษาด้วยเลยไม่ค่อยมีเวลาเท่า ไหร่ มาเริ่มเรื่องที่อตมาจะนำมาเล่าให้ญาติโยมได้ฟังกันเลยดีกว่า อตมาได้เรื่องราวเกี่ยวกับความวาจาสิทธิ์ของหลวงปู่ท่านมาเล่าให้ญาติโยมได้ ฟังกัน อตามาก็ได้เรื่องเล่านี้มาจาก พระครูวิชาญธรรมภาณี ท่านเป็นรองเจ้าอาวาของวัดปทุมธารามและสืบทอดตำแหน่งเจ้าคณะตำบลบ่อแร่ – หนองขุน เขต 2 แทนหลวงปู่ท่านอีกด้วย หลวงน้าท่านเล่าให้อตมาฟังว่า สมัยที่ท่านบวชใหม่ๆเมื่อประมาณ ปี พ.ศ.๒๕๑๙ ตอน ที่หลวงปู่ท่านจะทำศาลาใหม่ที่วัดและซุ้มประตูทางเข้าวัด นั้น เมื่อสมัยก่อนจะมีต้นมะขวิดต้นใหญ่อยู่หน้าวัดซึ่งจะขวางที่ๆหลวงปู่ท่านจะ ก่อสร้าง หลวงน้าบอกว่าต้นมะขวิดนี้เป็นต้นไม้เก่าไม้แก่ชาวบ้านหรือใครไม่กล้าตัด เพราะกลัวกัน มี อยู่วันหนึ่งหลวงน้าท่านได้เห็นหลวงปู่นะท่านได้เดินไปที่ต้นมะขวิดนี้แล้ว หลวงปู่ท่านก็ได้พูดขึ้นว่า ต้นมะขวิดเอ้ยอย่ามาขวิดอยู่ข้างหน้าเลยย้ายไปขวิดข้างหลังนะเดี๋ยวจะปลูก ต้นใหม่ให้เสร็จแล้วหลวงปู่ท่านก็เคาะตรงต้นมะขวิดนั้นสามครั้งแล้วหลวงปู่ ท่านก็เดินขึ้นกุฏิไป พอมาอีกวันก็มีเรื่องที่เป็นที่แปลกใจกับพระภิกษุในวัดและญาติโยมใกล้เคียง ต้นมะขวิดต้นนั้นใบของมันร่วงจากต้นเกือบหมดต้นและเริ่มเหี่ยวแห้งลงในที่ สุดก็ตายลงในเวลาไม่กี่วัน หลวงน้าท่านบอกว่ามันเป็นเรื่องที่หน้าเหลือเชื่อมากๆเพราะต้นไม้ต้นนี้ต้น ใหญ่และอุดมสมบรูณ์แต่กับเหี่ยวแห้งตายภายในเวลาไม่กี่วัน หลวง น้าท่านยังบอกอีกว่ามีเหตุการณ์ทำนองนี้อีกครั้งหนึ่งเมื่อประมาณปีพ.ศ.๒๕๓๕ ตอนที่สร้างเมรุเสร็จใหม่ๆแต่ที่เมรุนั้นจะมีต้นสะเดาอยู่สองต้นใกล้ๆเมรุ กิ่งของมันชอบร่วงใส่เมรุและใบไม้อีกทำให้เมรุที่สร้างใหม่นั้นเกิดการเสีย หาย หลวง น้าท่านก็เห็นหลวงปู่ท่านเดินไปที่ต้นสะเดาสองต้นนั้นแล้วพูดเหมือนกับต้น มะขวิดว่า สะเดาเอ้ยอยู่ที่ตรงนี้รู้สึกว่าไม่ดีเดี๋ยวย้ายให้ไปที่อื่นนะแล้วหลวงปู่ ท่านก็เคาะที่ต้นสะเดาทั้งสองต้นพอวันรุ้งขึ้นมาต้นสะเดาก็เริ่มเหี่ยวเฉา แล้วตายลงในที่สุด หลวงน้าบอกมันเป็นเรื่องที่น่าจดจำมากเหตุการณ์เหล่านี้เพราะไม่ค่อยเห็น บ่อยนักที่อยู่ดีๆต้นไม้ก็ตาย เมื่อหลวงปู่ท่านไปเคาะหรือพูดที่ต้นไม้แค่นั้นเองและหลวงน้าท่านบอกว่าจาก นั้นมาก็ไม่เคยเห็นหลวงปู่ท่านทำอย่างนี้อีกเลยจนถึงปัจจุบัน มา พูดถึงวัตถุมงคลที่ขึ้นชื่อของวัดกันมั่งที่โด่งดังและมีประสบการณ์มากนั้น ก็คือพระนารายณ์ทรงครุฑที่มีคุณวิเศษหลากหลายประการณ์จะเป็นทางด้านมหาอำนาจ แคล้วคลาดคงกะพันและอีกอย่างหนึ่งที่วิเศษมากนั้นก็คือสามารถถอนพิษงูพิษ ตะขาบได้ดังเรื่องที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้ มี โยมคนหนึ่งเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับพระนารายณ์ทรงครุฑได้เล่าให้หลวงปู่ท่าน ฟังว่าผมกำลังตัดหญ้าดายหญ้ารอบๆบ้านอยู่ก็ตัดไปเรื่อยๆก็ไปเหยียบงูเห่า เข้า เลยทำให้งูเห่านั้นกัดเข้าที่ขาเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรกัดที่เขาก็เห็นงูเห่า อยู่ที่เท้ากำลังชูคอ โยมเขาเลยเอามีดฟันงูเห่าจนตายแล้วเรียกตะโกนบอกคนที่อยู่ในบ้านว่าโดนงู เห่ากัดฉัน ช่วย ทีพอดีมีอะไรไม่รู้มาโดนใจจากคำที่หลวงปู่ท่านเคยบอกว่าพระนารายณ์ทรงครุฑ สามารถถอนพิษงูได้ โยมคนนี้เลยวิ่งขึ้นบนบ้านแล้วหยิบนารายณ์ที่หิ่งพระมาแปะที่แผลงูกัดแล้ว เรียกแฟนให้หาน้ำมะนาวมาให้ที พอได้โยมเขาก็เอาน้ำมะนาวบีบใส่แผล โยม เขาบอกว่าก็รู้สึกดีขึ้นอาการหน้ามืดจุกอกเริ่มหายไปในตอนนั้น ส่วนแฟนโยมเขาไปตามเพื่อนบ้านมาเพื่อจะนำโยมผู้นี้ส่งโรงพยาบาล พอไปถึงโรงพยาบาลแพทย์ได้ทำการตรวจแต่เป็นที่หน้าแปลกใจที่ไม่มีพิษงูที่บาด แผลเลยเลยทำให้โยมเขายิ่งเชื่อมั่นว่าพระนารายณ์ของหลวงปู่นะท่าน ศักดิ์สิทธิ์จริงๆตั้งแต่นั้นมาโยมผู้นี้ก็ห้อยนารายณ์ติดตัวไปไหนตลอดไม่ ห่างตัวเลย ประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องงูของพระนารายณ์นี้มีผู้คนเคยเจอประสบการณ์อีกมากมายและผู้ ที่คล้องนารายณ์ติดตัวทุกคนจะบอกว่าเมื่อเจองูเห่าหรืองูจงอางนั้นงูมันจะ รู้สึกไม่มีแรงเมื่ออยู่ใกล้คนที่คล้องนารายณ์เหมือนมันอ้าปากไม่ได้อตมาก็ เคยถามหลวงปู่เหมือนกันว่าทำไมถึงกันงูได้ หลวง ปู่ท่านก็บอกว่าอันนารายณ์ทรงครุฑก็เป็นมหาอำนาจอยู่แล้วงูหรือนาคใหญ่ยัง แพ้แก่ครุฑถูกครุฑจับกินเมื่องูเห็นงูมันเลยกลัว อตมาเลยถามอีกทีว่ามันกลัวเลยหรือครับหลวงปู่แอบเสกไรไปหรือปล่าวครับ หลวงปู่ท่านก็บอกว่าก็มีนิดหน่อยก็เสกดับไฟพิษพญานาคลงไปในเหรียญนารายณ์นี้ แล้ที่สำคัญที่เหรียญจะมีปรอทอยู่ด้วยสามารถใช้ถอนพิษได้ดีและก็เสกบารมีลง ไปเพื่อหนุนดวงผู้ใช้ให้มีอำนาจเป็นที่เกรงขามของคนใกล้ชิด นี่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องพระนารายณ์ทรงครุฑที่เป็นมหาอำนาจได้อย่างดียิ่ง ก่อน จะจบฉบับนี้ อตมาก็ขออวยพรในช่วงเข้าพรรษานี้พรใดเป็นพรที่ประเสริฐของหลวงปู่นะท่านก็ขอ ให้ศรัทธาญาติโยมทั้งหลายประสบแต่ความสุขคาวมเจริญยิ่งๆขึ้นไปเทอด เอวังก็มีด้วยประการละฉะนี้ พระศิลาพงษ์ ฐานิสฺสโร ผู้เขียนบทความ Tags: เรื่องเล่าสู่กันฟัง ฉบับ 2
|



